“ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป “โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ผลประกอบนิวไฮ!! เปิดแผน5ปี ทุ่มเงินลงทุน 7.8หมื่นล้านขยายพอร์ต 4 กิจหลัก

Categories : Update News, Stock Market

Public : 31/01/2024

"ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป "โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ผลประกอบนิวไฮ!! เปิดแผน5ปี ทุ่มเงินลงทุน 7.8หมื่นล้านขยายพอร์ต 4 กิจหลัก นิคมอุตสาหกรรม โลจิสจิกส์ สาธารณูปโภค ปีนี้รายได้โตเลขสองหลัก- จ่อออกหุ้นกู้คืนหนี้ครบกำหนด7พันล้าน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลงานปี 2566 ดีเกินเป้าหมายที่วางไว้และทำสถิติสูงสุด ปิดดีลสัญญาซื้อขายที่ดินรวมทั้งหมด 2,767 ไร่ และพื้นที่เช่าโครงการโรงงานและคลังสินค้าสุทธิที่ 242,000 ตร.ม. สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่ามีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 17,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 11% และสามารถรักษาระดับอัตรากำไร EBITDA ที่มากกว่า 40 %

สำหรับกลยุทธ์ปี 2567 เพื่อมุ่งต่อยอดพันธกิจ “We Shape the Future” เสริมศักยภาพทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจให้แข็งแกร่งครบวงจร และคสดหวังว่ากรุ๊ปจะมีรายได้เติบโตเลข2หลักผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ

 ประกอบด้วย Extend Leadership เร่งขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดภูมิภาค

Embrace Innovation and Technologyนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-curve ให้กับองค์กร

Enhance theProminence on Green and Sustainability เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในปี 2593 (Net-Zero 2050) และ Build High-Performance Organization ด้วยการพัฒนายกระดับด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง

 ธุรกิจนิคม ในปี 2567 บริษัทฯ มีโครงการพัฒนานิคมฯ ใหม่และขยายนิคมฯ ในประเทศไทยรวม 7 โครงการ บนพื้นที่รวมเกือบ 10,000 ไร่ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้มีพื้นที่นิคมฯ รวมกว่า 52,000 ไร่ ในปี 2570 โดยบริษัทยังคงมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์อัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) อย่างต่อเนื่อง โดยขยายขีดความสามารถให้ครอบคลุม 6 องค์ประกอบสำคัญคือ Smart Services, Smart Mobility, Smart Communication, Smart Power, Smart Water และ Smart Security ภายใต้การบริหารจัดการโดยศูนย์ควบคุมกลาง (Unified Operation Center) และต่อยอดการเป็น Total Solutions Partner ให้กับลูกค้า        ด้วยการให้บริการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น บริการด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โทรคมนาคม ในประเทศเวียดนาม นอกจากเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 เหงะอาน ซึ่งเฟส 1    ประสบความสำเร็จอย่างมากมีผู้เช่าไปแล้วกว่า 77% และอยู่ระหว่างการพัฒนาเฟส 2 บริษัทฯ ยังมีแผนการที่จะขยายเขตอุตสาหกรรมอีก 3โครงการ บนที่ดินรวมกว่า 22,813 ร่

สำหรับเป้าหมายในปี 2567 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินทั้งในประเทศไทยและเวียดนามรวม2,275 ไร่ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายในปี 2566 ที่ตั้งไว้1,750 ไร่ ทั้งนี้ ในปี 2566 บริษัทสามารถทำยอดขายที่ดินสูงกว่า      เป้าหมายถึง 58% อยู่ที่ 2,767 ไร่

 

ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ในปี 2566 บริษัทฯ มียอดขายที่ดินรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2,767 ไร่  แบ่งเป็นประเทศไทย 1,986 ไร่ และเวียดนาม 781ไร่ ไฮไลต์สำคัญคือการลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับฉางอาน    ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำ 4 กลุ่มของจีน จำนวน 250 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรม        ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 และการลงนามในสัญญาเช่าที่ดินในเวียดนามกับฟู่ วิง อินเตอร์คอนเนค เทคโนโลยี(เหงะอาน) ในเครือฟ็อกซ์คอนน์ อินเตอร์คอนเนค เทคโนโลยี ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก จำนวน 300 ไร่”

 

ธุรกิจโลจิสจิกว์ ปี 2567 นี้ บริษัทวางเป้าหมายส่งมอบโครงการและสัญญาใหม่เพิ่มขึ้น 200,000 ตร.ม. แบ่งเป็นประเทศไทย 165,000ตร.ม.และเวียดนาม 35,000 ตร.ม. และคาดว่าสินทรัพย์รวมภายใต้กรรมสิทธิ์และการบริหารจะเพิ่มถึงระดับ 3,145,000 ตร.ม. นอกจากนี้ ยังมีแผนการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวมทั้งสิ้นประมาณ 213,000 ตร.ม. คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,290 ล้านบาท

ธุรกิจสาธารณูปโถค(น้ำ) ปี 2567 ตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมที่ 178 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นภายในประเทศ 142 ล้านลูกบาศก์เมตร และในเวียดนา36 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 14% จาการขยายการให้บริการน้ำทุกประเภทในโครงการนิคมใหม่ๆ ของ WHA และนอกนิคมของ WHA รวมถึงความต้องการน้ำของลูกค้าในเวียดนามที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุงเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงเดินหน้าพัฒนา Smart Water Platform และมองหาโอกาขยายธุรกิจใหม่อาทิ โซลูชันสิ่งแวดล้อม และสาธารณูปโภคสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ  

ไฟฟ้ส สำหรับปี 2567 บริษัทจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันพลังงาน ได้แก่ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า  แพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิต        การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC) รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ                  New S-Curve เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) เป็นต้น พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น 1,000เมกะวัตต์ ซึ่งจะมาจากพลังงานหมุนเวียน 453เมกะวัตต์ โดยเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) 283 เมกะวัตต์

ธุรกิจดิจิทัล ยกระดับองค์กรในทุกมิติเพื่อบรรลุเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น Technology Company           ในปี 2567 นี้ ภายใต้ภารกิจ “Mission To The Sun” ตั้งแต่โครงการทรานสฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลต่าง ๆ              การสร้างผลิตภัณฑ์ และมูลค่าเพิ่มใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า เสริมศักยภาพของระบบนิเวศทางธุรกิจของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับโครงการ        Green Logistics โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันที่รวมบริการต่าง ๆ(Super Driver App) สำหรับลูกค้ายานยนต์ไฟฟ้าภาคธุรกิจ เช่น การบริหารยานพาหนะ (Fleet Management) การวางแผนเส้นทาง (Route Optimization) และการเชื่อมโยงโครงข่ายสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (EV Roaming) เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2593

 สำหรับแผนการลงทุน5ปีตั้งไว้ 7.8หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากแผน5ปีเดิมประมาณ1หมื่นล้านบาท โดยจะลงทุนปีนี้ 2 หมื่นล้านบาท ลงทุนธุรกิจนิคม 1หมื่นล้านบาท โดยจะซื้อที่ดินเพิ่ม เพื่อให้พอร์ตที่ดินขยับขึ้นไปทะ8.8หมื่นไร่  ที่เหลือลงทุนในธุรกิจหลักอื่นๆ

อย่างไนก็ตามที่ผ่านมาทางกลุ่มระดมเงินผ่านการออกหุ้นกู้มาใช้ในการขยายธุรกิจ และเดือนสี่ปีนี้มีหุ้นกู้ครบกำหนดประมาณ 7พันล้านบาทซึ่งจะออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนและไม่มีปัญหา เพราะล่าสุดWHARTออกหุ่นกู้800ล้านแต่มีความสนใจเข้ามามากถึง 3พันล้าน จึงมั่นใจว่าผู้ถือและลงทุนหุ้นกู้ยังสนใจธุรกิจของ WHA