PTTGCปี66พลิกโชว์กำไร999ล้านบาท-รายการพิเศษทางการเงินซื้อหุ้นกู้คืนหนุน!!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 13/02/2024

PTTGC ปี 66 มีกำไร 999 ลบ. เพิ่มขึ้น 111% จากปี 65 หลังรับรู้กำไรพิเศษขายหุ้น GCL - กำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ ขณะที่การดำเนินงานปกติขาดทุน 3,587 ลบ. หลังอุปสงค์ยังคงชะลอตัวจากสภาวะเศรษฐกิจ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าผลประกอบการปี 66 มีกำไร 999.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% จากปี 65 ที่ขาดทุน 8,752.21 ล้านบาท

ทั้งนี้การกลับมาโชว์กำไรสุทธิได้นั้นเกิดจากกลยุทธ์การบริหารการเงินภายในของบริษัท โดยเฉพาะ   ได้ขายหุ้น GCL ตามที่ได้กล่าวข้างต้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,640 ล้านบาท โดยมีกำไรพิเศษที่เกี่ยวข้องจากรายการนี้ (รวมกำไรจากการตีมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่เหลือใน GCL) เป็นจำนวน 4,017 ล้านบาท และ นอกจากนี้บริษัทฯยังดำเนินการลดภาระหนี้สินทางการเงินด้วยการซื้อหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐฯ โดยมีกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ดังกล่าวจำนวน 1,890 ล้านบาท การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้มีปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติของบริษัทฯและทำให้บริษัทมีกำไรพิเศษเกิดขึ้น

 ทั้งนี้การพลิกกลับมาโชว์กำไรของPTTGCเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดโดยเฉพาะผลงานงวดไตรมาส4ปีุ66ที่จะโชว์กำไรจากรายการพิเศษทางการเงิน

   โดย  บล.เคจีไอ ประเมิน กำไร บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ช่วงไตรมาส 4/66 อยู่ที่ 4,500 ล้านบาท พลิกกลับเป็นกำไรเติบโตได้กว่า 500% มาจากกำไรพิเศษ (ก่อนหักภาษี) สองรายการได้แก่ 1.กำไรประมาณ 3,750 ล้านบาทจากการขายหุ้น GC Logistics (GCL) ซึ่งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 100% เหลือ 50% และ  2. กำไรประมาณ 1,500 ล้านบาท จากการซื้อคืนหุ้นกู้สหรัฐฯ ซึ่งมียอดเงินต้น 214 ล้านดอลลาร์ฯ ในไตรมาส 4/66

สำหรับผลจากการดำเนินงานปกตินั้น ในปี 66 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 616,635 ล้านบาท ปรับตัวลดลง  9% จากราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

นอกจากนี้บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากเงินลงทุนที่รับรู้ในปีนี้จำนวน 725 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าเนื่องจากผลประกอบการของธุรกิจปิโตรเคมีที่อ่อนตัวลงในปีนี้ ส่งผลให้ในปี 66 บริษัทฯ รายงานผลกำไรสุทธิรวม 999 ล้านบาท (0.22 บาท/หุ้น)

อย่างไรก็ตามในด้านปริมาณการขายธุรกิจโรงกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่ปี 65 เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 4/65ในขณะที่ปี 66ไม่มีปิดซ่อมบำรุง ทำให้ปริมาณการขายปี 66 ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนในปีก่อนหน้า ในขณะที่ปี 2565 มีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศยูเครนซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในปี 65 ปรับสูงขึ้นกว่าปกติ

โดยในปี 66บริษัทฯ มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 40,007 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 19% จากปีก่อนหน้า ตามทิศทางส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีส่วนใหญ่ที่ปรับลดลงโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นกลางและกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาเป็นจำนวนมากในปี 66 รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว

ในภาพรวมในปี 66 บริษัทฯ รายงานขาดทุนจากการดำเนินงานปกติในปีนี้อยู่ที่3,587 ล้านบาท จากปัจจัยอุปสงค์ยังคงชะลอตัวจากสภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นและอุปทานของภาคปิโตรเคมีที่เข้ามาในระหว่างปีโดยบริษัทฯ รับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ได้แก่ ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้า คงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Loss Net NRV) รวม 2,756 ล้านบาท กำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 790 ล้านบาท