“แม็คกรุ๊ป” All-Time High ไตรมาส 2 กำไร 283 ล้านบาท พุ่ง119%งวดครึ่งปีโกยรายได้จากยอดขายทะลุ 2.1 พันล้าน!!!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 14/02/2024

แม็คกรุ๊ป” สร้างสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2567 ทำกำไรได้ 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 และเพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบงวดเดียวกันปีก่อน               ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังสูงที่ระดั 64%อัตรากำไรสุทธ 21.5% รับอานิสงส์เชิงบวก                   จากมาตรการภาครัฐ และฤดูกาลท่องเที่ยว ดันยอดช้อปงวดครึ่งปีพุ่งทะลุ 2,184ล้านบาท บอร์ดอนุมัติปันผลงวดกลางปี 0.50 บาท

 

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ  MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยถึงภาพรวม                         ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีบัญชี 2567 (1 ตุลาคม - 31ธันวาคม 2566) ว่า กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ                283 ล้านบา เพิ่มขึ้น 119% เทียบไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 129 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 14.8%                 เมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 246 ล้านบาท โดยบริษัทยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า 64% มีอัตรากำไรสุทธิที่ 21.5%

อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ไตรมาส หนุนให้ งวด 6 เดือนแรก                             ปีบัญชี 2567 (1 กรกฎาคม 31 ธันวาคม 2566) มีกำไรสุทธิ 412 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 13.8% เมื่อเทียบ                งวดเดียวกัน มีกำไรสุทธิ 362 ล้านบาท

นายเจมส์ ริชาร์ด กล่าวว่ ไตรมาส 2 ของปีบัญชี 2567 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า              รวม 1,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 420 ล้านบาท หรือ 47.61% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 186 ล้านบาท หรือ 16.6% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้จากการขาย1,117 ล้านบาท หนุนให้งวดครึ่งแรก                   ของปีบัญชี 67 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้ารวมทั้งสิ้น 2,184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 308 ล้านบาท หรือ 16.4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากกำลังซื้อที่กลับมาในช่องทางออฟไลน์และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเติบโตในช่องทางออนไลน์ และได้รับอานิสงส์จากมาตรการของภาครัฐรวมถึงฤดูกาลท่องเที่ยวในประเทศที่กลับมาคึกคักการปรับตัวลดลงของราคาขายปลีกน้ำมัน                             ทำให้ประชาชนมีความชื่อมั่นและมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด

 

 กำลังซื้อกลับเข้ามาทั้งในช่องทางออฟไลน์ ได้แก่ ช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง                         (Free-standing Shop) 68% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกอยู่ที่ 66%, ห้างสรรพสินค้า (Department Store) 19%, ร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce) 10% และช่องทางอื่นๆ คิดเป็น 3%

ทั้งนี้รายได้จากช่องทางค้าปลีกของตนเองเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยไตรมาส 2 ปีบัญชี 2567 มีรายได้ 889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150 ล้านบาท หรือ20.3% งวด 6 เดือน มีรายได้ 1,474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น                         243 ล้านบาทหรือ19.8% จากกำลังซื้อที่กลับมาจากการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่า Mc Outlet                    ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนุนให้บริษัทมีจุดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 570 จุด

ขณะที่ร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce)ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2567 มีรายได้ 129 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 41 ล้านบาทหรือ 46.7% ส่วนงวด 6 เดือนมีรายได้ 229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาทหรือ 49.8% ซึ่งแบรนด์แม็คยีนส์มียอดขายอันดับ 1 สูงสุดในแพลตฟอร์ม TIKTOK หมวดหมู่สินค้าเสื้อผ้าผู้ชาย

บริษัทังคงดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์หลัก ที่มุ่งเน้นคุมเข้มต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย พร้อมปรับเกมการตลาดเน้นทำ Product Mix การส่งเสริมการขายและการบริหารช่องทางการขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลดำเนินรวมของบริษัทเติบโต หนุนให้ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE)ขึ้นไปอยู่ที่ 18.1% จาก 17.4% เมื่อสิ้นเดือนิถุนายน 2566

แม็คกรุ๊ปยังคงสถานะการเป็นบริษไม่มีหนี้เงินกู้กับสถาบันการเงิน ขณะที่เงินสดในมือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 มีเงินสดอยู่ 1,719 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งต่อเนื่องส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสำหรับผลดำเนิงานงวด 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเกือบ 100% ของกำไรสุทธิ และให้อัตราผลตอบแทนกับผู้ถือหุ้นประมาณราว 3.5-4%