ตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้ม!!! ยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯทั้งกระบวนการ  แก้เกณฑ์รับหุ้นใหม่รอบ 20 ปี   เน้นคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญ มั่นใจเกณฑ์ใหม่ไม่กระทบการเข้าถึงทุนของธุรกิจเหตุ มี 3 ตลาดรองรับชัดเจน

Categories : Update News, Stock Market

Public : 20/02/2024

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้ม!!! ยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯทั้งกระบวนการ  แก้เกณฑ์รับหุ้นใหม่รอบ 20 ปี   เน้นคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญ มั่นใจเกณฑ์ใหม่ไม่กระทบการเข้าถึงทุนของธุรกิจเหตุ มี 3 ตลาดรองรับชัดเจน 

เข้าระดมทุน SET ยังมีบริษัทที่มีฐานะพร้อมเข้าระดมทุนอีกเพียบแม้เกณฑ์ใหม่กำไร ปีล่าสุด 75 ล้านบาท จาก35ล้านบาท และย้อนหลัง 2-3 ปีกำไรรวม 125 ล้านบาทจาก 50ล้านบาท    Equity 800ล้านบาทจาก 300ล้านบาท ส่วนทุนชำระแล้วเหลือ 100 ล้านจาก 300ล้านแต่เพิ่มฟรีโฟลท   เริ่มใช้ ม.ค2568ให้เวลาปรับตัว 

-   การทำ Backdoor Listing และ Resume Trading ให้เทียบเท่า New Listing  

- ขณะที่นำเครื่องหมายC แยกประเภทละเอียดบจ.ที่มีปัญหา เพื่อบอกนักลงทุนใช้เป็นข้อมูลก่อนลงทุน ขึ้นเครื่องหมาย พร้อมรับ เกณฑ์เครื่องหมายC ดีเดย์ใช้25 มี.ค 2567 นี้ คาดเห็น50บจ.ติดC จากปัจจุบัน 18บจ.ติด Cเพราะฐานะการเงินมีปัญหา !!! 

   

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำงานร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่องในการศึกษา ทบทวน และปรับปรุงเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการปรับปรุงเกณฑ์เพื่อยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเข้าจดทะเบียน การดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน ตลอดจนการเพิกถอน เพื่อเพิ่มคุณภาพบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้งเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลและการเตือนผู้ลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเสถียรภาพให้ตลาดทุนไทย หลังจากการปรับปรุงการเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหลักทรัพย์ให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลมากขึ้น ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับปรุงเกณฑ์ 4 เรื่อง สำคัญดังนี้

1. ปรับปรุงคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนทั้ง SET และ mai โดยเพิ่มมูลค่ากำไรและส่วนของผู้ถือหุ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทั้งด้านฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน ซึ่งจะมีผลใช้บังคับวันที่ 1 มกราคม 2568 เพื่อให้บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนและผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ได้

 

ทั้งนี้เกณฑ์รับหลักทรัพย์ใหม่ นับว่าเป็นการปรับปรุงใหม่ในรอบเกือบ 20 ปีนับจากปี 2548 เพื่อให้สอดคล้องและทันกับเหตุการณ์และเทียบเคียงกับประเทศต่างๆ ซึ่งเกณฑ์รับหลักทรัพย์ใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ   เช่นกรณีเข้า SET ปีล่าสุดจะต้องมีกำไร   75 ล้านบาท จากเดิม 35 ล้านบาท และย้อนหลัง 2-3 ปีมีกำไรรวม 125 ล้านบาท จาก 50ล้านบาท   ขณะที่  Equity  เพิ่มเป็น 800 ล้านบาทจาก 300ล้านบาท ส่วนทุนจดทะเบียนชำระแล้ว (Paid - up) ลดเหลือ 100 ล้านจาก 300 ล้านแต่เพิ่มฟรีโฟล เป็น-30%กรณีที่มีทุนชำระแล้ว 50-300ล้านบาท 

ส่วนตลาด mai กำไรปีล่าสุด 25ล้านบาท จากเดิม10ล้านบาท รวม 2-3 ปีย้อนหลัง 40ล้านบาทจากเดิม10ล้านบาทส่วน Equity  เพิ่มเป็น 100ล้านบาทจาก 50ล้านบาท และ Paid - up 50ล้านบาท

 

" เกณฑรับหลักทรัพย์ใหม่ถือเป็นการปรับปรุงในรอบ20ปี และมั่นใจว่าไม่กระทบต่อการเข้าถึงทุนของธุรกิจและไม่กระทบต่อปริมาณหุ้นที่จะเข้ามาตดทะเบียนเพราะหัวใจหลักในการปรับปรุงครั้งนี้เพื่อเพิ่มคุณภาพของบริษัทที่จะเข้ามาและเพื่อดูแลนักลงทุนด้วย อีกทั้งจากการศึกษานั้นพบว่า ยังมีบริษัทและธุรกิจอีกจำนวนมาก ที่สามารถเข้ามาระดมทุนภายใต้เกณฑ์ใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ ส่วน ธุรกิจหรือไหนที่ต้องการทุน ก็ยังมีตลาดให้เลือกเข้ามา ทั้ง mai และ LiveX  ที่สามารถรองรับได้ " 

ส่วนกรณีของทุนชำระแล้วหากมีจำนวนไม่มากก็จะต้องเพิ่มในส่วนของฟรีโฟลทเพื่อให้มีสภาพคล่องมากพอในการซื้อขาย ซึ่งป้องกันการกระจุกและทำสร้างราคาหุ้น

2. ยกระดับการเตือนผู้ลงทุน โดยเพิ่มเหตุที่จะเตือนผู้ลงทุนด้วยเครื่องหมาย ดังนี้

2.1 กรณีบริษัทจดทะเบียนมีความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน สภาพคล่องทางการเงิน ทั้งกรณีไม่มีธุรกิจ มีขาดทุนต่อเนื่อง หรือผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ 2.2 กรณีผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน 2.3 กรณีบริษัทจดทะเบียนมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ เป็น Cash Company มีคณะกรรมการตรวจสอบหรือ Free Float ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ หรือไม่จัด Opportunity Day ตามที่กำหนด โดยการเตือนผู้ลงทุนจะแสดงด้วยเครื่องหมายที่แตกต่างกันตามแต่ละเหตุ ซึ่งเครื่องหมายใหม่นี้จะทดแทนเครื่องหมาย C (Caution) ในปัจจุบันด้วย

 

"การขึ้นเครื่องหมายCจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นว่า Cว่าด้วยประเด็นอะไร  ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์ทำอยู่แล้วในการให้บจ.เผยข้อมูล แต่ก่อนหนัานีัจะสั่งไปที่บริษัทแต่ของใหม่ ขึ้นเครื่องหมายบอกนักลงทุนไปในทันทีด้วยเพื่อให้ได้รับรู้ข้อมูล และ ปัจจุบันมีบริษัทที่ขึ้นเครื่องหมายCอยู่ 19 แห่งซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องฐานะการเงิน และคาดว่าหลัง เกณฑ์ใหม่ใช้จะเห็น บจ.ที่มีเครื่องหมายC ประมาณ 50 แห่ง "

3. เพิ่มเหตุเพิกถอนกรณีบริษัทจดทะเบียนไม่มีธุรกิจต่อเนื่องหลายปี หรือไม่สามารถแก้ไข Free Float ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจดทะเบียนมีคุณภาพเหมาะสมที่จะเป็นบริษัทจดทะเบียน จากเดิมที่จะเพิ่มค่าปรับ แต่เกณฑ์ใหม่หากไม่แก้ภายใน1ปี ก็จะเข้าข่ายถูกเพิกถอน

4. เพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณาคุณสมบัติบริษัทที่เข้าจดทะเบียนโดยอ้อม (Backdoor Listing) และกรณีย้ายกลับมาซื้อขายหลังแก้ไขเหตุอาจถูกเพิกถอน (Resume Trading) ให้เทียบเท่ากับการเข้าจดทะเบียนใหม่ (New Listing) เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนมีคุณภาพใกล้เคียงกัน

โดยการปรับปรุงในข้อ 2–4 จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้วผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th ภายใต้หัวข้อ “กฎเกณฑ์/การกำกับ” และ “กฎเกณฑ์ – หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน”