บสย. ร่วมงานสัมมนา 2023 TQA Winner Conference เผยวิสัยทัศน์องค์กรสู่ Digital Transformation
Categories : Update News, Finance
Public : 07/05/2024
บสย. ร่วมงานสัมมนา 2023 TQA Winner Conference เผยวิสัยทัศน์การบริหารสู่ความเป็นเลิศ เดินหน้า “เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Digital Transformation”
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าร่วมงานสัมมนา 2023 TQA Winner Conference: Leadership Challenges in Business Excellence จัดโดยสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พร้อมกล่าวบรรยายในหัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Digital Transformation” ในฐานะองค์กรที่ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class : TQC 2023)
นายสิทธิกร กล่าวว่า บสย. ปรับวิสัยทัศน์ เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเงินทุนและโอกาสให้แก่ SMEs เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน SMEs Digital Gateway ที่มุ่งเน้นนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาพัฒนาและเชื่อมโยงการดำเนินงาน ควบคู่กับการเสริมสร้างวัฒนธรรม TCG FAST & FIRST ตามหลักการของ TQA รวมถึงได้นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งจากรายงานป้อนกลับ (Feedback Report) มาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา
บสย. ได้ดำเนินการตามกลยุทธ์ 3N คือ New Culture ที่ปรับภายในองค์กรจากวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิมมาสู่การทำงานที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย New Engine ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า และ New Business Model ที่มีรูปแบบธุรกิจใหม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการดำเนินงานตามนโยบาย 4P 1D ที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตรงความต้องการลูกค้า (Product) เสริมสร้างพันธมิตร (Partnership) มุ่งการให้บริการลูกค้าผ่านช่องทาง Digital Platform ที่ได้ให้บริการผ่าน LINE OA @tcgfirst ซึ่งตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมของลูกค้าให้สามารถเข้าถึงบริการ บสย. ได้อย่างง่ายดาย และ บสย. ตระหนักถึงการดำเนินงานที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม (Planet) โดยออกผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมลูกค้ากลุ่มธุรกิจสีเขียว และได้ออกมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ในการบริหารจัดการลูกหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ (Debt Collection & Management)
สำหรับผลสำเร็จในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs เห็นได้จากปริมาณการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการค้ำประกันเพื่อช่วยเหลือให้ได้รับสินเชื่อ ปริมาณ SMEs ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ ปริมาณการใช้บริการให้คำปรึกษาผ่าน ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน บสย. F.A. Center รวมถึงปริมาณการใช้บริการผ่าน LINE OA @tcgfirst
ภายใต้การเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Digital Transformation บสย. ได้ดำเนินการโดยใช้เครื่องมือ 5 เมกะเทรนด์ หรือ 5D ได้แก่
1. Digital & Financial Literacy คือ การให้ความรู้ทางการเงินและด้านเทคโนโลยี Digital ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย. F.A. Center เพื่อไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ
2. Digital Wallet กระแสที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี การโอนเงิน จ่ายเงินผ่าน Wallet ถือเป็น Auto Pilot ที่ต่อยอดการทำธุรกรรมอื่นให้กับภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ SMEs
3. Digital Lending เป็น Platform Online การให้บริการขอสินเชื่อ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายและเหมาะสม ไม่ต้องไปกู้นอกระบบ
4. Digital Credit Guarantee การค้ำประกันสินเชื่อ ในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ประกอบการใหม่ และนำพาไปสู่การขอสินเชื่อที่ถูกต้อง และหาทางออกที่เหมาะสมเมื่อธุรกิจเริ่มมีปัญหา
5. D ต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน สู่ Net Zero ภายใต้ BCG Model (BIO-Circular-Green Economy) สอดคล้องกับผู้บริโภคที่แสวงหาสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
แม้ว่าปัจจุบัน บสย. ได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนแล้วมากกว่า 8 แสนราย แต่ด้วยผู้ประกอบการ SMEs ไทยในระบบที่มีมากกว่า 3 ล้านราย และยังมีผู้ประกอบการ SMEs นอกระบบอีกจำนวนหนึ่ง จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายของ บสย. ในการปรับเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรเพื่อให้บริการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ไทยได้มากขึ้น
นายสิทธิกร กล่าวว่า บสย. ปรับวิสัยทัศน์ เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเงินทุนและโอกาสให้แก่ SMEs เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน SMEs Digital Gateway ที่มุ่งเน้นนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาพัฒนาและเชื่อมโยงการดำเนินงาน ควบคู่กับการเสริมสร้างวัฒนธรรม TCG FAST & FIRST ตามหลักการของ TQA รวมถึงได้นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งจากรายงานป้อนกลับ (Feedback Report) มาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา
บสย. ได้ดำเนินการตามกลยุทธ์ 3N คือ New Culture ที่ปรับภายในองค์กรจากวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิมมาสู่การทำงานที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย New Engine ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า และ New Business Model ที่มีรูปแบบธุรกิจใหม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการดำเนินงานตามนโยบาย 4P 1D ที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตรงความต้องการลูกค้า (Product) เสริมสร้างพันธมิตร (Partnership) มุ่งการให้บริการลูกค้าผ่านช่องทาง Digital Platform ที่ได้ให้บริการผ่าน LINE OA @tcgfirst ซึ่งตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมของลูกค้าให้สามารถเข้าถึงบริการ บสย. ได้อย่างง่ายดาย และ บสย. ตระหนักถึงการดำเนินงานที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม (Planet) โดยออกผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมลูกค้ากลุ่มธุรกิจสีเขียว และได้ออกมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ในการบริหารจัดการลูกหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ (Debt Collection & Management)
สำหรับผลสำเร็จในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs เห็นได้จากปริมาณการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการค้ำประกันเพื่อช่วยเหลือให้ได้รับสินเชื่อ ปริมาณ SMEs ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ ปริมาณการใช้บริการให้คำปรึกษาผ่าน ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน บสย. F.A. Center รวมถึงปริมาณการใช้บริการผ่าน LINE OA @tcgfirst
ภายใต้การเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Digital Transformation บสย. ได้ดำเนินการโดยใช้เครื่องมือ 5 เมกะเทรนด์ หรือ 5D ได้แก่
1. Digital & Financial Literacy คือ การให้ความรู้ทางการเงินและด้านเทคโนโลยี Digital ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย. F.A. Center เพื่อไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ
2. Digital Wallet กระแสที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี การโอนเงิน จ่ายเงินผ่าน Wallet ถือเป็น Auto Pilot ที่ต่อยอดการทำธุรกรรมอื่นให้กับภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ SMEs
3. Digital Lending เป็น Platform Online การให้บริการขอสินเชื่อ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายและเหมาะสม ไม่ต้องไปกู้นอกระบบ
4. Digital Credit Guarantee การค้ำประกันสินเชื่อ ในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ประกอบการใหม่ และนำพาไปสู่การขอสินเชื่อที่ถูกต้อง และหาทางออกที่เหมาะสมเมื่อธุรกิจเริ่มมีปัญหา
5. D ต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน สู่ Net Zero ภายใต้ BCG Model (BIO-Circular-Green Economy) สอดคล้องกับผู้บริโภคที่แสวงหาสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
แม้ว่าปัจจุบัน บสย. ได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนแล้วมากกว่า 8 แสนราย แต่ด้วยผู้ประกอบการ SMEs ไทยในระบบที่มีมากกว่า 3 ล้านราย และยังมีผู้ประกอบการ SMEs นอกระบบอีกจำนวนหนึ่ง จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายของ บสย. ในการปรับเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรเพื่อให้บริการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ไทยได้มากขึ้น 