AFปักธงลุยGreen Finance Projec เป้า3ปีโตขึ้นต่อเนื่องปีละ10%ในพอร์ตมีแล้ว100ล้าน
Categories : Update News, Stock Market
Public : 15/05/2024AF คาดสินเชื่อรวมปี 67 เติบโต 10-12% คิดเป็นเม็ดเงินปล่อยใหม่ 600 ล้านบาท จากพอร์ตคงค้างสิ้นปีก่อนที่อยู่ 2,500 ล้านบาท เจาะธุรกิจพลังงานทดแทน-แพทย์-อาหารและเครื่องดื่ม-โลจิสติกส์ พร้อมรักษา NPL ต่ำกว่า 4% จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.7%

นายอัครวิทย์ สุกใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AF เปิดเผยว่า ในปี 2567 การปล่อยสินเชื่อรวมตั้งเป้าเติบโต 10-12% คิดเป็นเม็ดเงินปล่อยใหม่ 600 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่มีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท
ปีนี้จะเน้นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโต เช่น กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน กลุ่มธุรกิจทางการแพทย์ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อเป็นการควบคุม และ บริหารความเสี่ยง เนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวอยู่ในเทรนด์การเติบโตในช่วงขาขึ้นของกลุ่มธุรกิจ โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่ต่ำกว่าปีละ 10% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทสนับสนุนสินเชื่อทุกประเภท ภายใต้ Green Finance Project ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท และ ปีนี้ตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 20%
สำหรับหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปีนี้คาดคุมให้ต่ำกว่า 4% จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.7% โดยต้องติดตามสถานการณ์ดอกเบี้ย และ เงินเฟ้อ ที่ยังอยู่ในระดับสูง ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลต่อความสามารถในการชำระคืนของลูกค้า
ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับมหภาคยังคงไม่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดจีดีพีปีนี้ขยายตัว 2.5-3% มีเพียงบางภาคเศรษฐกิจที่เติบโต เช่น บริการและท่องเที่ยว แต่ในภาคส่วนอื่น ยังไม่เติบโตมากนักเป็นผลมาจากการใช้งบของรัฐบาล การลงทุนและการบริโภคของเอกชน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงต้นทุนการเงินสูงจึงมีผลกระทบต่อการเติบโตของอัตราการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้
ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้คาดว่า จะเติบโตประมาณ 1-2% จากปีก่อน เนื่องจากผลกระทบต้นทุนดอกเบี้ยที่สูง ประกอบกับ สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อจึงคาดว่า จะกระทบต่อสินเชื่อแฟคตอริ่ง จึงคาดว่า การเติบโตของตลาดสินเชื่อแฟคตอริ่งในปีนี้ไม่น่าเกิน 2% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ประกอบการด้านแฟคตอริ่งอยากเสนอไปยังหน่วยงานภาครัฐ ดังนี้ ในระยะแรกเพื่อให้เกิดการเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างเท่าเทียมเสนอให้ภาครัฐ เช่น หน่วยงานภาครัฐต่างๆพิจารณาสนับสนุนคู่ค้าของรัฐ เช่นผู้จำหน่ายสินค้าและบริการแก่รัฐด้วยการร่วมมือกับผู้ให้บริการสินเชื่อ แฟคตอริ่ง ซึ่งมีข้อดี คือ ไม่ต้องใช้หลักประกัน และ เน้นพิจารณาความเสี่ยงขึ้นกับผู้ซื้อภาครัฐ ในฐานะแหล่งจ่ายเงินค่าสินค้า โดยสถาบันการเงินจะรับมอบสิทธิ์เรียกร้องจากผู้ขายในการรับชำระหนี้จากรัฐแทน ซึ่งจะทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเอสเอ็มอีทันที
ส่วนในระยะยาวปัจจุบันการให้บริการแฟคตอริ่งไทยใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า ด้วยเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้องการรับเงิน ซึ่งประเทศอื่นมีกฎหมาย แฟคตอริ่งเฉพาะทำให้การให้บริการการเข้าถึง และ การดำเนินทางกฎหมายง่ายกว่า กรณีที่รัฐบาลสนับสนุน และผลักดันให้มีกฎหมายแฟคตอริ่งในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ธุรกิจแฟคตอริ่งเติบโตได้อีกหลายเท่า
