เครดิตบูโรเผยยอดหนี้เสียบ้าน Q1 แตะ 2 แสนล้าน Gen Y หนี้เสียกว่า 50%
Categories : Update News, Finance
Public : 16/05/2024เครดิตบูโร เผย ไตรมาส 1 Gen Y เป็นหนี้เสียบ้านกว่า 50 % อีกครึ่งกำลังจะเป็นหนี้เสีย ถาม จะไปต่ออย่างไรใน ศก.ที่โตต่ำ
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ได้โพสต์เฟสบุ๊ก ‘Surapol Opasatien’ ว่า รายงานสินเชื่อบ้านไตรมาสที่ 1/2567 จากข้อมูลสถิติของเครดิตบูโรในไตรมาสที่ 1/2567 เครดิตบูโรเห็นอะไรจากข้อมูลที่สมาชิกสถาบันการเงินส่งเข้ามาในระบบ
1.บรรยากาศที่พบเจอกันในการยื่นขอสินเชื่อบ้านจะพบว่ามีเสียงอื้ออึงว่า ถูกปฎิเสธสูงมาก เรียกได้ว่า 100 ใบสมัครผ่านการพิจารณาเบื้องต้น 50 ใบ เหตุเพราะมีการตรวจประเมินรายได้เข้มข้น เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขอกู้มีศักยภาพ คำว่าศักยภาพมันก็ต้องมีรายได้แน่นอน มั่นคง เพียงพอ สม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ว่าลูกหนี้จะต้องมีความสามารถในการชำระหนี้ตามตารางการชำระหนี้ได้ตลอดรอดฝั่ง ตรวจรายได้เสร็จก็ไปตรวจเครดิตบูโรต่อว่า มีหนี้มากแค่ไหน มีประวัติการค้างชำระหรือไม่ เพื่อประเมินความตั้งใจในการชำระหนี้ เพราะมันก็เป็นไปตามกฎว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา
2. ภาพต่อไปคือบัญชีที่เปิดใหม่ของสินเชื่อบ้านในแต่ละปีมีกี่มากน้อย และคนวัยไหนเป็นผู้ได้สินเชื่อ พบว่าส่วนใหญ่คือ Gen Y ครับ สัดส่วนสูงขึ้นทุกๆปี มี่สำคัญคือ วงเงินสินเชื่อบ้านระดับที่ไม่เกิน 3 ล้านบาทน่าจะเป็นกลุ่มหลัก
3. เมื่อเราดูตารางการเปิดบัญชีใหม่ของสินเชื่อบ้านในแต่ละปีก็จะพบว่าปี 2018 หรือ 2561 มีจำนวนเกินกว่า 4.3 แสนบัญชี ปีก่อนโควิดก็อยู่ที่ระดับ 3.7 แสนบัญชี ปีที่แล้วอยู่ที่ 3.3แสนบัญชี ไตรมาสแรกของปีนี้ได้เพียง 5.9 หมื่นบัญชี ดูแล้วมันมีแต่แผ่วลง ซึ่งฝั่งผู้ประกอบการต่างก็บ่นกันมากเรื่องขายได้ยาก กู้ไม่ผ่าน ขอเหลือมาก อยากให้ลดเงื่อนไขเช่น LTV หลังที่สองหลังที่สาม แต่ยังไม่มีเสียงตอบรับที่ปลายสาย เป็นต้น
4. ภาพต่อมาคือสถานการณ์ในภาพรวมของสินเชื่อบ้านครับ เส้นสีดำที่พุ่งขึ้นคือหนี้บ้านที่เคยเป็น NPLs แล้วมีการนำมาปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา(หนี้ทำ TDR) ภาพมันบอกว่าปรับกันมาก เส้นสีแดงคือหนี้เสียครับ ไตรมาสนี้มีการยกตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.0 แสนล้านบาท เติบโต 18%yoy สัดส่วนในหนี้เสียรวม(1.09ล้านล้านบาท) ก็ประมาณ 20% ถือว่าไม่น้อยนะครับ
เส้นสีเหลืองคือหนี้บ้านที่เริ่มค้างชำระแต่ยังไม่เลย 90 วัน เรียกหนี้ตรงนี้ว่าหนี้กำลังจะเสีย หรือ SM มันมาหยุดที่ 1.8 แสนล้านบาทเติบโต 15%yoy ดีขึ้นกว่า Q4/2566 ที่เติบโต 31%yoy ที่สำคัญคือ 1.2 แสนล้านบาทอยู่ในความดูแลขอแบงก์รัฐครับ การปรับโครงสร้างหนี้จะมีความยืดหยุ่น ผ่อนปรน ไม่ขึงตึงเท่าทางฝั่งเอกชนครับ ท่านจะดูเป็นยอดเงิน, จำนวนบัญชี, หรือเป็น %ก็ตามสะดวกนะครับ
ภาพที่ 6. เป็นการขยายความเพิ่มครับ กราฟแท่งสีแดงคือหนี้ที่ค้างเกิน 90 วัน หรือหนี้เสียของสินเชื่อบ้าน แท่งสีเหลืองคือหนี้กำลังจะเสียหรือ SM สินเชื่อบ้าน กราฟแทงด้านซ้ายคือจำนวนบัญชีแยกตามช่วงวัยของ Generation ในแต่ละไตรมาสครับ เช่น ไตรมาส 1 ปี 2567 Gen Y ถือสัญญาสินเชื่อบ้านที่เป็น NPL เท่ากับ 83,281 สัญญา คิดเป็นเงิน 1.24 แสนล้านบาท ในกรณีของ SM บ้านที่อยู่ในมือคน Gen Y ช่วงเวลาเดียวกันนี้มีจำนวน 76,276 สัญญา คิดเป็นเงิน 1.18 แสนล้านบาท
คิดแบบเร็วๆครับ คน Gen Y เป็นหนี้เสียบ้านกว่า 50% ของหนี้เสียบ้านทั้งหมด(1.24/2.0แสนล้านบาท) และก็กว่า 50% อีกเหมือนกันที่คน Gen Y เป็นหนี้กำลังจะเสียส่วนใหญ่(1.18/1.8แสนล้านบาท) คนวัยกำลังทำงานจะไปต่ออย่างไรในบรรยากาศเศรษฐกิจโตต่ำ มีปัญหาให้แก้แทบทุกด้าน จะเป็นหลานอาม่าในวันนี้มันไม่ง่ายเหมือนในหนังที่มีคนรุ่นก่อนเก็บเงินไว้ให้นะครับ ชีวิตจริงกับในหนังมันแตกต่างกันพอสมควร
7. ผมขอเสนอภาพความรู้สึก การประเมิน และข่าวร้ายๆเกี่ยวกับคนที่เป็นลูกหนี้ ว่าในสภาพที่รุมเร้าแบบนี้ ทางออกของใครบางคนมันก็ไม่พึงประสงค์ แต่คนเรานะครับ เมื่อมันสุดของสุด การตัดสินใจแบบนี้เราอาจจะเห็นมากขึ้น ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเป็นเช่นนั้นเลย อันนี้มาจากภาพข่าวของสื่อ
ภาพที่เหลือคือขอเชิญชวนทุกๆท่านไปฟังการบรรยาย หนี้ครัวเรือนไทยและการแก้ไขปัญหาในมุมมองของคนที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือวิทยากรจากแบงค์ชาติ ในงาน Money expo ที่เมืองทองธานีในวันที่ 18 พฤษภาคม 2567นี้นะครับ ไปฟัง ไปถามครับ ว่าเราจะทำอย่างไรถ้าเราคือคนที่มีปัญหาการค้างชำระหนี้บ้านในเวลานี้
แต่งงานในเวลาที่เหมาะสม แต่งกับงานที่สร้างรายได้ให้ทันกับค่าใช้จ่าย กู้บ้านกู้รถเอาตามความเหมาะควรของตัวเรา อย่าไปเอามาตรฐานที่คนอื่นมาบอกว่าเราควรทำอย่างไร เพราะบางครั้งคนที่บอกให้เราทำอย่างไร เขาคนนั้นอาจจะยังไม่รอดจากความอยากของตัวเค้าเองอยู่เลย กระเป๋าใครกระเป๋ามัน สำหรับตัวผมได้แต่บอกว่า ถ้าคิดจะมีลูกกันในปีพ.ศ. นี้ คิดกันเยอะๆ คิดกันให้มาก คิดแล้วคิดอีก “การไม่มีลูก อาจเป็นลาภอันประเสริฐ” ในช่วงเวลาที่ยังมี Long covid-19 ด้านการเงินอย่างในเวลานี้นะครับ ลองไตร่ตรองดูครับ...
