PTTGC คาดไตรมาส2กำไรฟื้นรับรายการพิเศษ ยังคงระมัดระวังการลงทุน เขย่าพอร์ตสร้างมูลค่าต่อเนื่อง ปีนี้ ค่าการกลั่นปรับตัวลดลง – วางงบลงทุน 268 ล้านดอลลาร์ ขยายลงทุน

Categories : Update News, Stock Market

Public : 27/05/2024

PTTGC คาดไตรมาส2กำไรฟื้นรับรายการพิเศษ ยังคงระมัดระวังการลงทุน เขย่าพอร์ตสร้างมูลค่าต่อเนื่อง ปีนี้ ค่าการกลั่นปรับตัวลดลง - วางงบลงทุน 268 ล้านดอลลาร์ ขยายลงทุน ด้านบริษัท allnexยังเติบโตได้ดีแต่ต้องปรับไส้ในการขยาย

 

นางสาวสัณห์จิรา โชติพินทุ นักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยในงาน "Opportunity Day" ว่าบริษัทคาดว่าค่าการกลั่น (GRM) ปีนี้จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 3/66 มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทำให้ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าระดับปกติ

 

ประกอบกับปีนี้ยังมีโรงกลั่นใหม่ๆที่จะมีกำลังการผลิตเข้ามาเพิ่มทั้งจากประเทศไนจีเรีย และจีน โดยคาดว่าจะเข้ามาเต็มที่ในช่วงไตรมาส 4/67 จึงกดดันให้ทิศทางโดยรวมของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและค่าการกลั่นของบริษัทปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ประเมินว่าค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลปีนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 18-22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 24.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน (Gasoline) อ่อนตัวลงอยู่ที่ระดับ 14-18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปีก่อนที่ 16.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันเชื้อเพลิงซัลเฟอร์ (VLSFO) ที่ระดับ 9-13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 11.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มกำลังการผลิตปิโตรเลียมที่ซัพพลายมากกว่าดีมานด์ จึงทำให้บริษัทต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะค่าการกลั่นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร

ส่วนของทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปีนี้คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 82-87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ระดับสูงเกือบ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากแรงหนุนความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้จะยังมีการควบคุมกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกตลอดทั้งปีนี้

สำหรับค่าใช้จ่ายงบลงทุนประจำปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 268 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นโครงการลงทุนของกลุ่มบริษัท PTTGC ประมาณ 151 ล้านดอลลาร์ และการลงทุนขยายธุรกิจ และการเติบโตของบริษัท allnex ราว 117 ล้านดอลลาร์

"allnex ยังคงสร้างกำไรและอิบิทดาให้ได้ดีแม้ช่วงที่ผ่านมาจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและหลังจากนี้ในส่วนของ allnex เองก็จะต้องมีการปรับแผนปรับพอร์ตในการทำธุรกิจเพื่อที่จะให้ผลดำเนินงานเติบโตและสร้างกำไรที่ดีให้"

 

ทั้งนี้แผนการลงทุนของบริษัทยังคงเหมือนเดิม โดยจะเน้นการลงทุนแบบระมัดระวังในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้ยังไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ และหันมาให้ความสำคัญกับการรักษางบดุลและพยายามลดการกู้เงินต่างๆ จึงทำให้ยังไม่มีโครงการการลงทุนใหม่ๆ

สำหรับแแนวโน้มผลดำเนินงานในไตรมาส2น่าจะดีขึ้นจากไตรมาสแรกจากการที่บริษัทมีมีกำไรทางบัญชีเกิดขึ้นจากการที่รับซื้อคืนหุ้นกู้ซึ่งมีส่วนต่างเกิดขึ้นประมาณ 10%รวมถึงการตัดขายหุ้นบางส่วนในบริษัทย่อยที่เข้าไปถือหุ้นก่อนหน้า คือ ขายหุ้นในบริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จ  (“PTTDigital”) สัดส่วนร้อยละ 20 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ PTT Digital คิดเป็นมูลค่า 1,023 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท มอดูลัสเวนเจอร์ จ ากัด (“Modulus”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ปตท. น ้ามันและการค้าปลีก จ ากัด (มหาชน) (“OR”)รวมถึงคาดว่าสถานการค่าเงินบาทจะดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่อ่อนค่าและทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทางบัญชี

 นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ประเด็นเกี่ยวกับความคืบหน้าทำคำเสนอซื้อคืนหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ 3 รุ่นระหว่างวันที่ 16 – 23 เม.ย. พบว่าได้รับตอบรับคำเสนอซื้อคืนจากนักลงทุนมูลค่ารวม 753.5 ล้านเหรียญฯ นั้น . เบื้องต้นหากอ้างอิงสมมติฐาน Discount จากราคาซื้อคืนราว 10% คาดบริษัทฯ จะบันทึกกำไรพิเศษจากธุรกรรม Bond Buyback เข้ามาในไตรมาส 2/67 ราว 1.8 –2.5 พันล้านบาท (หลังหักภาษี) อย่างไรก็ตาม กำไรบางส่วนจะถูกชดเชยด้วยขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน