ไอแบงก์ โชว์ปี 2566 มีกำไร 248 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,553 %
Categories : Update News, Finance
Public : 30/05/2024ไอแบงก์ แจงมีกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เดินหน้าสร้างเสริมประสิทธิภาพเพื่อเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์เพื่อความยั่งยืน
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ถ่ายทอดจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ เมื่อช่วงบ่ายวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2567 โดย นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการธนาคาร เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้บริหาร เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
โดยในที่ประชุม ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคาร ได้ชี้แจงผลประกอบการปี 2566 ว่าธนาคารมีรายได้รวม 3,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปี 2565 และธนาคารสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ลดลง ร้อยละ 15 จากปี 2565 ในขณะที่ธนาคารมีค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 63 เนื่องจากสถานการณ์ในตลาดเงินมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านสินเชื่อและการใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (กลุ่มเครื่องมือทางการเงิน) เพื่อรองรับการปฏิบัติตาม TFRS9 รวมทั้งตั้งสำรองตามชั้นหนี้และตั้งสำรองส่วนเกินจากเกณฑ์ขั้นต่ำ ส่งผลให้ธนาคารมีกำไรสุทธิ 248 ล้านบาทในปี 2566 เพิ่มขึ้น 1,553 % เมื่อเทียบกับปี 2565 ในส่วนของหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPF) ธนาคารสามารถบริหารหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดจากปี 2565 ลงเหลือราว 18 %จาก 21 %ในปี 2565
สำหรับผลการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2566 ธนาคารได้ฉลองครบรอบ 20 ปี ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เงินรับฝากกว่า 20 โครงการและสินเชื่อ 20 โครงการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะลูกค้าพันธกิจของธนาคาร ธนาคารได้มีการยกระดับผลิตภัณฑ์เงินฝากอัลฮัจย์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องชาวมุุสลิม ด้วยการขยายวัตถุประสงค์ของเงินรับฝากประเภทนี้เป็นเงินฝากอัลฮัจย์และอุุมเราะห์ ซึ่งนอกจากผู้ฝากจะสะสมเพื่อการออมเงินไปแสวงบุญแล้วธนาคารยังมอบสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลแพ็กเกจไปประกอบพิธีฮัจย์และอุุมเราะห์ ณ ประเทศซาอุุดีอาระเบีย รวม 45 รางวัล เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีเพียง 12 รางวัล
และในด้านสินเชื่อพันธกิจ ธนาคารได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM และพันธมิตรต่าง ๆ ในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าฮาลาลสู่การส่งออก ทั้งในรูปแบบการให้ความรู้และช่วยเหลือผู้ประกอบการในการขอมาตรฐานฮาลาล ตลอดจนส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการฮาลาลไทยสู่การส่งออกในตลาดโลก สำหรับการพัฒนาด้านบริการ ในปี 2566 ธนาคารได้พัฒนาการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้สำเร็จและถือเป็นโมบายแบงกิ้งแรกที่ถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์ในประเทศไทยซึ่งอยู่ในแอปเป๋าตัง ส่งผลให้ลูกค้าของธนาคารได้รับความสะดวกและง่ายดายกว่าเดิม
นอกจากการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด ธนาคารยังให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีพร้อมกับดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์เพื่อความยั่งยืนต่อไป
