ครม.เทงบ 1.1 พันล้าน จัดสินเชื่อ IGNITE THAILAND ผ่านออมสิน สนับสนุนเอสเอ็มอี

Categories : Update News, Finance

Public : 11/06/2024

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอโครงการสินเชื่อ IGNITE THAILAND วงเงินงบประมาณ 1,150 ล้านบาท จากงบประมาณปี 2567 ผ่านธนาคารออมสิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงแหล่งลงทุนและระบบสถาบันการเงินได้อย่างเพียงพอ จึงขอให้ขยายกลุ่มเป้าหมายอื่นที่มีคุณสมบัติชัดเจน เช่น วิสาหกิจชุมชน สถาบันการเกษตรที่เป็นนิติบุคคล

นายกฯกล่าวว่า สินเชื่อ IGNITE THAILAND เป็นสิ่งที่เราให้กับเอสเอ็มอี ซึ่งวันนี้ก็มีการพูดคุยกันเยอะ มีการขยายกลุ่มเป้าหมายและสนับสนุนให้เข้าถึงสินเชื่อในระยะเวลาอันเร็วขึ้นด้วย โดยระยะเวลาที่ขยายจะไปจนถึงปีหน้า

นายกฯกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอ็สเอ็มอีผ่านการค้ำประกันสินเชื่อระยะที่ 11 และอนุมัติวงเงิน 7,125 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการสนับสนุนศักยภาพด้านเงินทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี.

 

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อ IGNITE THAILAND และอนุมัติงบประมาณวงเงิน 1,150 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อดำเนินโครงการสินเชื่อ IGNITE THAILAND พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมตามวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินได้อย่างเพียงพอสำหรับการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ กค. เสนอโครงการสินเชื่อ IGNITE THAILAND โดยมีสาระสำคัญของหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการสรุปได้ ดังนี้

วัตถุประสงค์ – เพื่อสนับสนุนเงินทุนสำหรับเสริมสภาพคล่องหรือลงทุนปรับปรุง/ขยายกิจการให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมตามวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND 3 กลุ่ม ได้แก่ ศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ (Wellness & Medical Hub)  และศูนย์กลางอาหาร (Agriculture & Food Hub)   กลุ่มเป้าหมาย  (1) ผู้ประกอบการ SME ที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน (2) เป็นผู้ประกอบธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (2.1) ศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) (2.2) ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ (Wellness & Medical Hub) (2.3) ศูนย์กลางอาหาร (Agriculture & Food Hub) (2.4) เป็น Supply Chain ของธุรกิจ ตามข้อ (2.1) - (2.3) (3) ประกอบกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และปัจจุบันยังประกอบกิจการ (4) มีความสามารถในการชำระหนี้ตามที่ธนาคารออมสินกำหนด ทั้งนี้ เป็นการให้สินเชื่อใหม่แก่ลูกค้าเดิมหรือลูกค้าใหม่ และไมใช่ลูกหนี้ที่โอนหนี้ (Refinance)

วงเงินสินเชื่อโครงการ  วงเงินรวม  5,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ดังนี้ (1) กลุ่มศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) วงเงิน 1,500 ล้านบาท (2) กลุ่มศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ (Wellness & Medical Hub) วงเงิน 1,500 ล้านบาท (3) กลุ่มศูนย์กลางอาหาร (Agriculture & Food Hub) วงเงิน 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ธนาคารออมสินสามารถจัดสรรวงเงินในแต่ละกลุ่มได้ตามความเหมาะสม

วงเงินสินเชื่อต่อราย - ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท

ระยะเวลากู้ยืม - ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระเงินต้น (Grace Period) สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน

ระยะเวลาการดำเนินงาน - ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อรวมในโครงการจะหมด แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน โดยให้ธนาคารออมสินเบิกจ่ายสินเชื่อให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569   การค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. (1) วงเงินค้ำประกันรวม 5,000 ล้านบาท (2) วงเงินค้ำประกันต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท ทั้งนี้ อยู่ภายใต้ข้อกำหนดหลักเกณฑ์การค้ำประกันสินเชื่อต่อรายและต่อกลุ่มลูกค้า (Single Guarantee Limit: SGL) ของ บสย. และการยื่นขอให้ค้ำประกันขั้นต่ำครั้งละไม่น้อยกว่า 200,000 บาท (3) อายุการค้ำประกันไม่เกิน 10 ปี (4) ระยะเวลารับคำขอค้ำประกันนับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 (5) ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันในอัตราร้อยละ 1.75 ต่อปี ของวงเงินค้ำประกันสินเชื่อตลอดอายุการค้ำประกัน โดยรัฐบาลจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อแทนผู้ประกอบการ SMEs ในปีที่ 1 - 2 อัตราร้อยละ 1.75 ต่อปี และปีที่ 3 - 4 อัตราร้อยละ 1 ต่อปี (6) บสย. จะจ่ายค่าประกันชดเชยตลอดการค้ำประกันสินเชื่อไม่เกินค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อที่ได้รับจากผู้ประกอบการ SMEs รวมกับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล รวมทั้งโครงการไม่เกินร้อยละ 30

กรอบวงเงินงบประมาณ - รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,150 ล้านบาท ประกอบด้วย

(1) ธนาคารออมสินขอรับงบประมาณชดเชยจากรัฐบาล เพื่อชดเชยต้นทุนเงินในอัตราร้อยละ 2.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 250 ล้านบาท (วงเงิน 5,000 ล้านบาท * ร้อยละ 2.5 ต่อปี * 2 ปี) โดยธนาคารออมสินจะทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณเป็นรายปีตามความเหมาะสมและความจำเป็นต่อไป

(2) บสย. ขอรับงบประมาณชดเชยจากรัฐบาล รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 900 ล้านบาท ประกอบด้วย 1) ชดเชยการจ่ายค่าประกันชดเชยเป็นเงินไม่เกิน 625 ล้านบาท (5,000 ล้านบาท * ร้อยละ 12.5) และ 2) ชดเชยค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs เป็นเงินไม่เกิน 275 ล้านบาท (5,000 ล้านบาท * ร้อยละ 1 * 2 ปี + 5,000 ล้านบาท * ร้อยละ 1.75 * 2 ปี)

ประโยชน์ 

(1) สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมตามวิสัยทัศน์ IGNTE THAILAND ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินได้อย่างเพียงพอ สำหรับการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นเป็นกลไกในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม

(2) มีผู้ประกอบการ SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,660 ราย (วงเงินสินเชื่อเฉลี่ย 3 ล้านบาทต่อราย)

(3) ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท (1 เท่า)