อนุฯดิจิทัลวอลเล็ต หดงบคาดเหลือ 4.5 แสนล้านบาท ปิดช่องใช้เงิน ธ.ก.ส. มาตรา 28

Categories : Update News, Finance

Public : 07/10/2024

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ( รมช.คลัง ) เปิดเผยผลการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดิจิทัลวอลเล็ตว่า มีข้อเสนอจากสำนักงบฯ และกระทรวงการคลัง เรื่องกรอบการใช้เงินในโครงการนี้ตามความจำเป็น จากเดิมที่กำหนดเป้าหมายคนลงทะเบียนไว้ที่ 50 ล้านคน คนละ 1 หมื่นบาท รวม 5 แสนล้านบาทว่า ที่ผ่านมาการดำเนืนโครงการรัฐส่วนใหญ่ไม่ว่าเป็นโครงการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง มักจะมีผู้ลงทะเบียนราว 90 % และมีคนใช้จริงราว 80%  จึงเห็นว่ากรอบในการดำเนินโครงการนี้ ถ้ากำหนดตัวเลขที่ไม่เป็นการตั้งงบประมาณเกินความจำเป็นจึงน่าจะอยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้ไม่จำเป็นต้องไปขอใช้เงินที่มาจากมตารา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 หรือเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรีอ ธ.ก.ส. มาสนับสนุนโครงการนี้

" ตัวเลขคนเข้าโครงการนี้ต้องใช้งบเท่าไรจะชัดเจนเมื่อปิดลงทะเบียนในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ เบื้องต้นจะเสนอให้คณะกรรมชุดใหญ่ฯ วันที่ 15 ก.ค. นี้ พิจารณากรอบวงเงินตามที่จำเป็นก่อนที่ 4.5 แสนล้านบาทโดยที่จะยังไม่จำเป็นต้องใช้เงินตาม ม. 28 เพื่อเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาเห็นชอบต่อไป รายละเอียดทั้งหมด นายกฯ จะเป็นผู้แถลงเอง  "

   

เบื้องต้นมีการหารือกรอบการใช้เงินในโครงการนี้ จะมาจากงบประมาณแผ่นดินปี 2567 และ ปี2568 แยกเป็น เงินงบประมาณปี 2567 จำนวน 2.2 แสนล้านบาท เงินอื่นๆอีก 4.3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีเงินเพื่มเติมที่ทางสำนักงบฯ ชี้แจงว่าน่าจะได้มาจากงบประมาณที่หน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันในปีงบประมาณนี้และการบริหารจัดการอื่นๆอีกราว 1.32 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงบประมาณปี 2568 อีก1.52 แสนล้านบาท

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ เช่นเงื่อนไขผู้ที่เข้าโครงการนี้ ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2567 เงินฝากรวมทุกบัญชี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 รวมกันต้องไม่เกิน 5 แสนบาท และมีรายได้พึงประเมินในปีภาษี 2566 ไม่เกิน 8.4 แสนบาท

และได้กำหนดสินค้าที่ไม่สามรถซื้อได้คือเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็ตทรอนิกส์ รวมถึงมือถือทุกชนิด การซื้อสินค้าจะเป็นแบบซื้อต่อหน้า ไม่สามารถซื้อแบบออนไลน์ และให้ใช้ในพื้นทีอำเภอเดียวกัน ส่วนผู้ประกอบการกำหนดให้เป็นขนาดร้านสะดวกซื้อลงมา สามารถซื้อสินค้าตามอำเภอหรือที่อื่นเพื่อนำมาขายต่อได้ แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบการที่จะเข้าโครงการต้องอยู่ในระบบภาษีและลงทะเบียนด้วยมือถือระบบรายเดือนเท่านั้นเพื่อให้สามารถติดตามสถานะได้