คลัง ร่วมมือ กรุงไทย ทำโครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน 9 หน่วยงานในสังกัด
Categories : Update News, Finance
Public : 05/08/2024กระทรวงการคลัง โดย 9 หน่วยงาน และ 7 สหกรณ์ในสังกัด ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ลงนามความร่วมมือ “โครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง” มุ่งช่วยเหลือข้าราชการกลุ่มเปราะบาง ลดภาระทางการเงิน มัดรวมหนี้ทุกประเภทไว้ที่กรุงไทย รับดอกเบี้ยต่ำคงที่ตลอดสัญญา ขยายเวลาผ่อนชำระ งสุดถึงอายุ 80 ปี
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือใน “โครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง” ระหว่างธนาคารกรุงไทย และ 9 หน่วยงานในสังกัด ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ กรมบัญชีกลาง กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ 7 สหกรณ์ในสังกัด เป็นโครงการนำร่อง มีข้าราชการในสังกัดรวมกว่า 36,000 คน เพื่อช่วยเหลือข้าราชการกลุ่มเปราะบาง แก้ไขปัญหาหนี้สินซึ่งในยอดหนี้ในเครดิตบูโร 13 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้ของข้าราชการ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งในส่วนข้าราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง ที่ต้องการแก้หนี้ ต้องยินยอมที่จะให้เเปิดเผยข้อมูลภาระหนี้สินกับสหกรณ์กับธนาคารกรุงไทย ซึ่งการแก้หนี้ครั้งนี้ ให้นับรวมถึงหนี้บ้าน และหนี้จากสถาบันการเงินอื่น เช่น จากธนาคารออมสินได้ด้วย โดยมีเงื่อนไขว่า เงินเดือนถูกหักเงินไปใช้หนี้ จะต้องมีเหลือใช้ในแต่ละเดือนไม่น้อยกว่า 30%
" ความร่วมมือใน โครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง จะช่วยให้ข้าราชการสามารถรวมหนี้ทุกประเภทมาไว้ที่ธนาคารกรุงไทยที่เดียว โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ตลอดอายุสัญญา และมีระยะผ่อนชำระยาวขึ้น ทำให้มีเงินได้รายเดือนคงเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ ส่งเสริมวินัยทางการเงิน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น " นายพิชัย
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง สำหรับข้าราชการที่ในอนาคตจะมีสิทธิได้รับหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอดจากกรมบัญชีกลางเมื่อเกษียณอายุ และมีสิทธิจะได้รับบำนาญรายเดือนหลังเกษียณอายุโดยสามารถรวมหนี้รายย่อยทุกประเภท ทั้งสินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต และสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ จากทั้งธนาคารกรุงไทยและสถาบันการเงินอื่นๆโดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งสินเชื่อบ้าน (พร้อมขอกู้เพิ่ม) และสินเชื่อบ้านแลกเงิน (พร้อมขอกู้เพิ่ม) อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ 3.50% ต่อปี 3 ปีแรก หลังจากนั้น อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.75% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา (อัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา 4.49% ต่อปี โดยคำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท อายุสัญญาสูงสุด 40 ปี ผ่อนชำระ 4,700 บาท/เดือน) โดยได้รับยกเว้นค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ประกัน 2. สินเชื่อแบบไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.75% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา เงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
จุดเด่นโครงการนี้ คือ สามารถร่วมใช้บริการทางการเงินกับสหกรณ์ที่ข้าราชการเป็นสมาชิก (Co-Exist) โดยที่ให้มีเงินเหลือใช้เพื่อดำรงชีพไม่น้อยกว่า 30% และยังสามารถหมดหนี้ได้หลังเกษียณ ,อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ ตลอดอายุสัญญา ช่วยให้วางแผนการบริหารหนี้ระยะยาวและสภาพคล่องได้ดียิ่งขึ้น , ขยายระยะเวลาคืนหนี้ และอายุผู้กู้ ให้สามารถชำระได้สูงสุดถึงอายุ 80 ปี จากเดิมกำหนดอายุถึง 60 ปี , ธนาคารร่วมมือกับเครดิตบูโร พัฒนาเครื่องมือแจ้งเตือนลูกหนี้หากมีการก่อหนี้เพิ่ม เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน โดยได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (iLock Bureau), โปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินช่วยให้ทราบสถานะทางการเงินเพื่อช่วยวางแผนเริ่มต้นจัดการหนี้ได้ง่ายๆผ่าน https://krungthai.com/link/รวมหนี้ยั่งยืน โครงการนี้ฯ เป็นการขยายความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหนี้ข้าราชการกลุ่มเปราะบาง ภายใต้ “โครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” ที่ธนาคารกรุงไทยได้ออกแบบ เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งหลายเรื่อง เป็นปัญหาที่หมักหมมเป็นเวลานาน ตอบโจทย์การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศที่อยู่ในระดับสูง 90.8% ต่อ GDP ซึ่งยังไม่รวมถึงหนี้นอกระบบ เพื่อให้การช่วยเหลือข้าราชการได้ตรงจุด สามารถแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาวได้ โดยใน 3 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารจับมือกรมส่งเสริมสหกรณ์เดินสายไปแล้วกว่า 10 จังหวัด มีความร่วมมือกับสหกรณ์กว่า 550 แห่ง มีลูกค้าข้าราชการสนใจติดต่อเข้าร่วมโครงการกว่า 10,000 คน โดยมียอดหนี้เฉลี่ย 1.64 ล้านบาทต่อคน และเตรียมความพร้อมในการขยายความร่วมมือกับสหกรณ์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นธนาคารได้เตรียมวงเงินสำหรับโครงการนี้ไว้แล้ว 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะช่วยเหลือข้าราชการได้ประมาณ 50,000 คน และพร้อมขยายวงเงินตามความจำเป็น อีกทั้ง ปัจจุบันธนาคารยังมีวงเงินสนับสนุนสหกรณ์ทั้งระบบอยู่ถึงเกือบ 140,000 ล้านบาท