ออมสิน หั่นเป้าหมายกำไรปีนี้เหลือ 2.7 หมื่นล้าน หวังดึงเงินไปทำนโยบายเพื่อสังคมไม่น้อยกว่าปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท

Categories : Update News, Finance

Public : 17/10/2024

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า  ในปี 2567 ธนาคารออมสิน วางเป้าหมายขยายผลการสร้าง Social Impact  ที่สามารถประเมินเป็นเม็ดเงินที่สร้างผลเชิงบวกต่อสังคมได้ไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านบาท และอาจจะทำได้มากถึง 20,000 ล้านบาท  ผ่านมาตรการและการทำภารกิจ 10 ด้าน ได้แก่ 1) การแก้ไขหนี้/ยกหนี้ให้ครัวเรือน 2) การลดดอกเบี้ยเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย 3) การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ/ผ่อนเกณฑ์อนุมัติ เพื่อดึงประชาชนกลุ่มฐานราก และกลุ่ม SMEs เข้าสู่ระบบการเงิน 4) การสนับสนุนนโยบายรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 5) การช่วยเหลือภัยพิบัติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 6) การสร้างอาชีพให้ประชาชนกลุ่มฐานราก 7) การพัฒนาชุมชน 8) การส่งเสริมการออม 9) การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และ 10) การดูแลสิ่งแวดล้อม  ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา และยังได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์การเป็นธนาคารเพื่อสังคม ผ่านกระบวนการทำธุรกิจอย่างสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าร่วม (Creating Shared Value : CSV) ต่อไปในปี 2568 - 2572  อีกด้วย โดยทุกนโยบายหรือทุกผลิตภัณฑ์ทางการเงินของธนาคารจะต้องคิดมาเพื่อตอบโจทย์ด้านช่วยเหลือสังคม และดำเนินอยู่บนแผนงานการทำกำไรที่เหมาะสม โดยตั้งเป้าหมายว่าในทุกๆปีจะต้องทำนโยบายที่สร้าง Social Impact  ไม่น้อยกว่าปีละ 15,000 ล้านบาท

     

   

ทั้งนี้ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายกำไรในปี 2567 อยู่ที่ราว 27,000 ล้านบาท โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี สามารถทำกำไรได้แล้วกว่า 18,000 ล้านบาท  ซึ่งเป้าหมายการกำไรที่ลดลงจากค่าเฉลี่ยที่ระดับ 30,000 ล้านบาท ก็เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปทำนโยบายเพื่อสังคมมากขึ้น ขณะที่กำไรในส่วนที่ทำได้ก็ถูกนำส่งเป็นรายได้ของรัฐอีกทางหนึ่งด้วย ขณะที่สถานะทางการเงินของธนาคารยังมีความแข็งแกร่ง มีเงินสำรองส่วนเกินเพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ 80,000 ล้านบาท ในปี 2567  เพิ่มจากปี 2562 ที่มีเงินสำรองเพียง 4,000 ล้านบาท เท่านั้น ขณะที่เงินสำรองโดยรวมของธนาคารมีอยู่แล้วที่ระดับ 137,000 ล้านบาท

   

 

" การที่ธนาคารสามารถช่วยเหลือสังคมได้ตามแผนงาน เกิดจากการที่รัฐบาลเห็นชอบการปรับตัวชี้วัดให้ธนาคารออมสินไม่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มุ่งเน้นกำไรสูงสุด และให้ขยายผลการช่วยเหลือสังคมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแทน โดยมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่เหมาะสม (Responsible Profit) " นายวิทัยกล่าว

         

นอกจากนี้ ธนาคารได้เร่งขับเคลื่อนแผนขยายผลการช่วยเหลือสังคม และขยายขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว ด้วยการบริหารงานแบบกลุ่มบริษัทผ่าน 4 บริษัท ได้แก่

1) บริษัท มีที่มีเงิน จำกัด ทำธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝาก เพื่อขยายการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่ม SMEs ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาด

2) บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด หรือ ARI-AMC เพื่อแก้ไขหนี้ครัวเรือนด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน ซึ่งได้มีการทำสัญญาโอนหนี้ล็อตแรกแล้วกว่า 140,000 บัญชี คิดเป็นเงินต้นกว่า 17,000 ล้านบาท และในต้นปีหน้าตั้งเป้าหมายโอนเพิ่มอีก  400,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท 3) บริษัท เงินดีดี จำกัด เพื่อขยายการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนกลุ่มฐานราก ด้วยการให้สินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน “Good Money by GSB” เตรียมเปิดตัวต้นเดือน พ.ย. นี้

และ 4) บริษัท จีเอสบี ไอที แมเนจเมนท์ จำกัด เพื่อช่วยพัฒนายกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัล/AI ของธนาคาร เตรียมทำ Digital Mobile App  คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้จริงในปี 2568  โดยจะให้ บริษัท มีที่มีเงิน ถือหุ้น 51 % และธนาคารออมสิน ถือหุ้น 51%

จุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อสังคม ผ่านกระบวนการทำธุรกิจอย่างสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าร่วม (Creating Shared Value : CSV) ที่เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจด้วยการทำกำไรในระดับที่เหมาะสม (Responsible Profit) และยังสามารถขยายการสร้างประโยชน์ต่อสังคม (Social Impact) ตามวัตถุประสงค์ของ Social Bank จึงขอเชิญชวนเป็นลูกค้าธนาคารออมสิน เพราะไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝาก สลากออมสิน สินเชื่อ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ธนาคารจะนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้คนและสร้างประโยชน์แก่สังคมได้มากขึ้น ตามแนวคิด “เป็นลูกค้าเรา เท่ากับช่วยสังคม”