บสย. เผยยอดค้ำประกัน 9 เดือน ทะลุ 3.4 หมื่นล้าน ช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน
Categories : Update News, Finance
Public : 17/10/2024บสย. เดินหน้าปลดล็อก SMEs ค้ำประกันสินเชื่อ 9 เดือน 34,543 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบ 70,634 คน อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เดินหน้าช่วยผู้ประกอบการแก้หนี้ยั่งยืน ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” พร้อมพัฒนาศักยภาพ SMEs ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน ตลอด 9 เดือน ให้บริการรวม 21,737 ราย ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบที่ 14.92%
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงาน บสย. ช่วง 9 เดือนปี 2567 (ม.ค. – ก.ย.) สามารถช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย. กว่า 34,543 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนผู้ประกอบการ SMEs 70,634 ราย แบ่งเป็นกลุ่มรายย่อยหรือ Micro SMEs ในสัดส่วนถึง 91% ค้ำประกันสินเชื่อเฉลี่ย 90,000 บาทต่อราย ส่วนอีก 9% เป็นกลุ่ม SMEs ค้ำประกันสินเชื่อเฉลี่ย 4.71 ล้านบาทต่อราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินได้กว่า 36,221 ล้านบาท ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อที่เป็นมาตรการรัฐ และโครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ บสย. พัฒนาเอง ได้แก่
-
- โครงการตามมาตรการรัฐ วงเงิน 16,942 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้สินเชื่อ 65,356 ราย
- โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก (พ.ร.ก. สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2) วงเงิน 9,893 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้สินเชื่อ 1,543 ราย
- โครงการค้ำประกันสินเชื่อดำเนินการโดย บสย. วงเงิน 7,351 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้สินเชื่อ 4,255 ราย
ผลงานค้ำประกันที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ โครงการ PGS 11 “บสย SMEs ยั่งยืน” ที่ผ่านมา ถึงสิ้นเดือนกันยายน ในระยะเวลากว่า 2 เดือน มียอดค้ำประกันสินเชื่อไปแล้ว 12,048 ล้านบาท ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน อาทิ ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ เริ่มต้น 2 ปีแรก และสูงสุดถึง 4 ปีแรก ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนค่าธรรมเนียมค้ำประกัน ด้วยอัตราค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการ โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อรายตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 40 ล้านบาท ระยะเวลาการค้ำประกันนานสูงสุด 10 ปี
สำหรับประเภทธุรกิจค้ำประกันสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1. ภาคบริการ 27.78% 2. การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ 11.98% และ 3. อาหารและเครื่องดื่ม 9.87% ซึ่งทั้ง 3 หมวดครองสัดส่วนค้ำประกัน 50% สอดคล้องกับโครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ได้รับการตอบรับสูงสุดคือ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Ignite Biz ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” มียอดค้ำประกัน 4,444 ล้านบาท โดยค้ำประกันให้กับนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของภาครัฐ ได้แก่ 1. การท่องเที่ยว 2. การแพทย์และสุขภาพ 3. อาหาร 4. การบิน 5. ขนส่ง 6. ผลิตยานยนต์แห่งอนาคต 7. เศรษฐกิจดิจิทัล และ 8. การเงิน
“จากตัวเลขการค้ำประกันที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงเม็ดเงินลงทุนของผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และภาคบริการที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปี เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว ไฮซีซั่นช่วงไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก” นายสิทธิกร กล่าว
สำหรับการให้คำปรึกษาทางการเงิน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 – 30 กันยายน 2567 ให้บริการรวม 21,737 ราย แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนขอรับคำปรึกษา 6,746 ราย และลงทะเบียนเข้าอบรม 14,991 ราย โดยมีความต้องการสินเชื่อ 17,000 ล้านบาท สามารถช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบ (Success rate) ที่ 14.92%
ด้านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ “บสย. พร้อมช่วย” (มาตรการ 4 สี ม่วง เหลือง เขียว และ ฟ้า) ซึ่ง บสย. พัฒนาขึ้น เพื่อรองรับความสามารถในการชำระหนี้ ช่วยลูกหนี้ ตัวเบา ลดต้นทุนทางการเงิน มีจุดเด่นคือ ตัดต้นก่อนตัดดอก และ ดอกเบี้ย 0%
ทั้งนี้ ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา มีลูกหนี้ที่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้ว 2,727 ราย แบ่งเป็นลูกหนี้กลุ่มที่มีศักยภาพในการชำระคืนเงินต้นบางส่วนแต่ต้องการปลอดดอกเบี้ย (สีเขียว) สูงถึง 73% ตามด้วยลูกหนี้กลุ่มที่จ่ายไหวเพียงบางส่วน (สีเหลือง) 20% และลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง (สีม่วง) 7% โดยตั้งแต่เริ่มมาตรการดังกล่าว ในเดือน เม.ย. 2565 มีลูกหนี้เข้าร่วมมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และได้รับการประนอมหนี้รวม 16,068 ราย คิดเป็นมูลหนี้กว่า 7,240 ล้านบาท ที่สำคัญสามารถช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มสีเขียวให้สามารถปลดหนี้ และเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ ผ่านการร่วมมาตรการ “ปลดหนี้” (สีฟ้า) จำนวน 114 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (มาตรการปลดหนี้ เปิดใช้เมื่อเดือนมกราคม 2567 เป็นมาตรการช่วยลูกหนี้กลุ่มสีเขียวที่ผ่อนชำระดี 3 งวดติดต่อกัน และต้องการปลดหนี้ โดย บสย. ลดเงินต้นให้ 15%)
