“มูลนิธิอมตะ” ประกาศผลรางวัลนักเขียนอมตะ ครั้งที่ 11 ปี 2567 ยกย่อง “เจตนา นาควัชระ” ชูผลงานวรรณกรรมวิจารณ์เข้าถึงปัญหาสังคมไทย
Categories : Update News, PR News
Public : 25/10/2024มูลนิธิอมตะประกาศผลรางวัล “นักเขียนอมตะ” ประจำปี 2567 ยกย่อง “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ” คว้ารางวัล “นักเขียนอมตะ” ครั้งที่ 11 ประจำปี 2567 สร้างสรรค์ผลงานวิจารณ์ที่ลึกซึ้ง เปิดแนวคิดและมุมมองใหม่ในการวิจารณ์วรรณกรรมและศิลปะไทย ด้วยวรรณศิลป์วลีคมคายเพื่อการจดจำ ที่สามารถสะท้อนทุกมุมมอง ปัญหาของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน สร้างชื่อ เป็นที่ยอมรับจากนักวิชาการวรรณกรรมทั้งไทยและต่างชาติ
นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ (AMATA FOUNDATION ) เปิดเผยว่า ผลการคัดสรร รางวัลนักเขียนอมตะ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2567 คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ ได้รับรางวัลนักเขียนอมตะ ประจำปี 2567 จะได้รับโล่รางวัลและเงินรางวัลจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
ในปีนี้มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทางด้านวรรณศิลป์ จำนวน 6 ท่าน ประกอบด้วย นางชมัยภร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) ประธานกรรมการ (ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์), ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ กรรมการ, รองศาสตราจารย์ ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร กรรมการ, นายจรัญ หอมเทียนทอง กรรมการ, นางกนกวลี กันไทยราษฎร์ (พจนปกรณ์) กรรมการ และรองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี พัดทอง กรรมการและเลขานุการ โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ ข้อ 1 เป็นนักเขียนสัญชาติไทยและมีชีวิตอยู่ในวันที่เสนอชื่อ ข้อ 2 มีผลงานเป็นภาษาไทยเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อเนื่องยาวนาน ข้อ 3 ผลงานมีคุณค่าสร้างสรรค์สังคมและมวลมนุษยชาติ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ เป็นผู้ได้รับการยอมรับและชื่นชมยกย่องว่าเป็นนักเขียนนักคิด นักวิจารณ์ที่ลึกซึ้งและสร้างสรรค์ มีผลงานที่โดดเด่น อาทิเช่น ทฤษฎีเบื้องต้นแห่งวรรณคดี, ทางไปสู่วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์, ทางอันไม่รู้จบของวัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์ เป็นผู้สร้างแนวคิดใหม่ในการวิจารณ์วรรณกรรมอย่างมีศิลป์ พร้อมมีวลีคมคายสำหรับจดจำ เช่น วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์, ศิลปะส่องทางให้แก่กัน ทฤษฎีจากแผ่นดินแม่, ทวิวัจน์ เป็นต้น ซึ่งคำเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการมองหามุมใหม่ในการเขียนงานวิจารณ์ในแวดวงวรรณกรรมไทย ที่สะท้อนภาพและปัญหาของสังคมไทยปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังเป็นนักภาษาและนักเขียนสารคดีที่มีชั้นเชิงวรรณศิลป์ รอบรู้หลายภาษา ทั้งไทย อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส สามารถเล่นกับภาษาได้อย่างลึกซึ้ง และยังมีกลวิธีเชิงวรรณศิลป์ในการใช้ภาษาเพื่อปลุกเร้าหรือสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่าน มีการสร้างคำชุดใหม่ จะเห็นได้จากบทความต่างๆ อาทิ ศัตรูที่ไหลลื่น แง่มุมหนึ่งของวรรณกรรมไทยร่วมสมัย ที่แปลกใหม่และทรงอิทธิพลต่อวงการวรรณกรรมมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยนิสัยที่รักการอ่าน การแปล วิจัย ศึกษา ค้นคว้าวรรณกรรมและวัฒนธรรมยุโรปอย่างลึกซึ้ง ทำให้มองเห็นความแตกต่างและความเหมือนของภูมิปัญญาตะวันตกและตะวันออก เมื่อนำมาผสานกับความช่างคิด ช่างวิเคราะห์ และวิจารณ์อย่างมีองค์ประกอบ จึงทำให้ผลงานเป็นที่ยอมรับจากนักวิชาการวรรณกรรมไทยและนักวิชาการวรรณกรรมต่างชาติ
ด้วยการที่เป็นพลเมืองแบบอย่างอย่างแท้จริง “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ” จึงอุทิศตนให้แก่วงการวรรณกรรมวิจารณ์ วงการศึกษา และยังเป็นนักวิจารณ์ชั้นเยี่ยม ทุกครั้งที่ได้รับทุนใดๆ จะตั้งใจทำงานวิจัยอย่างเต็มที่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประโยชน์แก่สังคมโดยรวม จะเห็นได้จากการได้รับรางวัลต่างๆ และเป็นแบบอย่างของคนในวงวรรณกรรม วงการศึกษาไทย และสังคมไทยอีกด้วย

รางวัล “นักเขียนอมตะ” ก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิอมตะ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมบุคคลที่ทำงานด้านวรรณกรรม บุคคลที่สร้างคุณค่าผ่านงานประพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงถือเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่เปี่ยมด้วยคุณค่า มาตรฐาน และคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ อิสระ และเชิดชูเกียรติประวัตินักเขียนไทยที่มีความสามารถให้ปรากฏ และถือเป็นกำลังใจแก่นักเขียนไทยผู้อุทิศตน ทุ่มเท สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าอันควรแก่การนำผลงานเผยแพร่สู่สากล
