คปภ. พอใจ อุตสาหกรรมประกันงวด9เดือนเบี้ยวรวมแตะ 9.4แสนล้านบาทโตตามจีดีพี เชื่อปี69 เห็นเบี้ยรวมแตะ 1ล้านล้าน จ่อออกเกณฑ์คุม“โฮลดิ้งคัมปานี”

Categories : Update News, Insurance

Public : 17/11/2024

คปภ. พอใจ อุตสาหกรรมประกันงวด9เดือนเบี้ยวรวมแตะ 9.4แสนล้านบาทโตตามจีดีพี  เชื่อปี69 เห็นเบี้ยรวมแตะ 1ล้านล้าน จ่อออกเกณฑ์คุม“โฮลดิ้งคัมปานี” หลังพบบริษัทพาเหรดยกฐานะเป็นโฮลดิ้งและถือหุ้นไขว้ระหว่างกลุ่มซับซ้อน!!

 

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจประกันภันในภาพรวมถือว่าโตตามจีดีพีของประเทศ ที่ประเมินว่าจะโต 3 % ซึ่งในช่วง9 เดือนแรกของปี 67 เบี้ยรวมของธุรกิจประกันภัยอยู่ที่ 9.7-9.8 แสนล้านบาท และหากโตในระดับ 2.5-3% เช่นเดียวกับ จีดีพีประเทศ ประเมินว่า สิ้นปี 2569 เบี้ยรวมของธุรกิจประกันน่าจะแตะระดับ 1ล้านล้านบาทได้ โดยเบี้ยประกันภันที่เติบโตได้มีทั้งประกันสุขภาพ ที่ยังคงเติบโต ตอนนี้เบี้ยรวมแตะ1 แสนล้านบาทแล้ว  ประกันภัยรถอีวี และประกันท่องเที่ยวที่จะโตตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

เลขาธิการคปภ. กล่าวว่า แนวโน้มของธุรกิจประกันภัยในปี 2568 นั้นประเด็นที่เป็นความเสี่ยงและน่ากังวลและ คปภ. จะออกระเบียบมาดูแล ในเรื่อง ของ “ โฮลดิ้งคัมปานี ” ที่คาดว่าน่าจะออกเกณฑ์ได้ในช่วง ไตรมาส4 ปี2568 และจะเปิดรับฟังความเห็นก่อน ที่จะออกระเบียบมาบังคับใช้

ทั้งนี้เป็นผลมาจากในช่วง1-2ปีที่ผ่านมามีบริษัทประกันได้มีการยกระดับเป็นโฮลดิ้งคัมปานี กันมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อความคล่องตัว และสามารถลงทุนอื่นๆได้ ซึ่ง คปภ. ได้มีการเข้าไปตรวจและศึกษา พบว่า มีการถือหุ้นไขว้ระหว่างกันในกลุ่มที่มีความซับซ้อน และอาจนำไปสู่ประเด็นที่ทำให้เกิดปัญหาได้หากไม่ระมัดระวัง  ซึ่งรายละเอียดของระเบียบและกฎเกณฑ์อยู่ระหว่างการศึกษา เช่น การกำหนดสัดส่วนการเข้าไปลงทุนและถือหุ้นในธุรกิจอื่นๆได้ไม่เกิน 20% และมีธุรกิจที่ยกเว้นสามารถ ลงทุนเกิน 20% ได้เช่น กลุ่มเฮลแคร์ กลุ่มสถานพยายาบาล ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ และอินชัวร์เทค ซึ่งแนวคิดการถือหุ้นที่ถูกจำกัดที่ 20% เพื่อ ไม่ให้เข้าไปมีอำนาจในการควบคุมบริษัท

“ ขณะนี้มีบริษัทประกันที่ยกฐานะเป็นโฮลดิ้งมากกว่า 10 บริษัท และได้เข้ามาหารือกับคปภ. อีกประมาณ 5 บริษัท ซึ่งอนาคตอาจมีมากขึ้นอีก และประเด็นนี้ถือเป็นหนึ่งความเสี่ยงที่ คปภ . จะให้ความสำคัญในปีหน้า ” นายชูฉัตรกล่าว

นอกจากนี้อาจมีแนวคิดในการกพหยดให้บริษัทที่ยกฐานะเป็นโฮลดิ้งคัมปานี มีเงินกองทุนระหว่างกลุ่มเกิดขึ้นด้วยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและดูรูปแบบของต่างประเทศที่มีการดำเนินการในเรื่องนี้

สำหรับประเด็นในเรื่องมาตรฐานทางการเงิน ฉบับที่17 ที่จะบังคับใช้ในเดือน มกราคม2568 นั้นจากการประเมินร่งมกันในอุตสาหกรรม นั้นเชื่อว่าจะรับมือและพร้อมปฎิบัติตามได้

นายชูฉัตร ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการ ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ถือกรมธรรม์บริษัทประกันภันที่ถูกปิดกิจการ เป็นผลจากโควิด19 ของ “ กองทุนประกันวินาศภัย”  ล่าสุดนั้นตัวเลขผู้ที่ได้รับความเสียยื่นขอรับชำระเข้ามา 7 หมื่นล้านบาทลดลงจากประมาณการก่อนหน้าที่ 1แสนล้านบาท และมีตัวเลขผู้เสียหาลงมาเหลือ 8 แสนคน จาก 1ล้านคน ซึ่ง กองทุนฯเองก็อยู่ระหว่างการพิจารณาในเรื่องของแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้เยียวยา ผู้ที่ได้รับความเสียหาย แบะหากดูตัวเลขตอนนี้ คาดว่า จะใช้เวลา ประมาณ 80ปี ถึงจะเคลียได้หมด

สำหรับประกันรถอีวี ประเมินว่าทั้งระบบอัตราลอสน่าขะอยู่ที่ 50%และขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 22 บริษัท ส่วนความเสียหายจากน้ำท่วมภาคเหนือที่ผ่านมา มีเบี้ยประกันที่จ่ายเคลมไปประมาณ 3,000 ล้านบาท

“ 1ปีที่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ คปภ. ได้รับความร่วมมืออย่างดีและมีหลายๆประเด็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อกำกับและพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาดูแลเศรษฐกิจประเทศและดูแลประชาชน ” นายชูฉัตรกล่าว