“อารภัฎ สังขรัตน์” ซีอีโอ  เมย์แบงก์ตั้งเป้า 3 ปีติดอันดับ  3 ทุกธุรกิจในอุตสาหกรรม !!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 25/11/2024

   เมย์แบงก์ตั้งเป้า 3 ปีติดอันดับ  3 ทุกธุรกิจในอุตสาหกรรม !! ปีหน้า เดินหน้ารธุรกิจไพรเวท เพิ่มฐาน ลูกค้าวัยรุ่น ปลื้ม!! แผนปรับโครงสร้างสำเร็จ ดันผลงาน 10 เดือนกำไร เพิ่ม 22% เทียบปีก่อน ลูกค้าสถาบันพระเอกดันโต มั่นใจปี2024คือปีแห่งความสำเร็จ 

 " อารภัฎ สังขรัตน์"  ประธานเจ้าหน้าบริหาร บมจ. เมย์แบงก์ ( ประเทศไทย ) MST  กล่าวว่า ปีนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญสำหรับเมล์แบงค์ประเทศไทย ในการยกระดับบริการและสร้างนวัตกรรมการลงทุนต่อเนื่องความทุกข์ความทุ่มเทของเรา ผ่านโซลูชั่นดิจิตอลการให้ความรู้และการลงทุนแบบยั่งยืนแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตทางการเงิน ที่เข้าถึงและเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนไทยมีแบงค์มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างให้กับนักลงทุนและชุมชนเพื่อระบบการเงินที่เข้มแข็งสู่อนาคตที่มั่นคง
  "  กว่า3ปี ที่  เข้ารับตำแหน่ง "ซีอีโอ "   ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างในทุกๆ ด้านและในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สำเร็จเพราะหากดูจากผลดำเนินงาน 10 เดือนที่ผ่านมาบริษัท มีกำไรเพิ่มขึ้นกว่า 22% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาปี 2566 ที่ทั้งปีมีกำไร  350 ล้านบาท  "  อารภัฎกล่าว
  นอกจากนี้ยังถือว่า  เป็นการเติบโตที่สวนทางกับอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ที่ในปีนี้ที่ตลอดทั้งปีมีความผันผวนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง  งแต่การที่มีเมย์แบงก์ ได้มีการปรับแผนและ โฟกัสในการทำธุรกิจที่เริ่มต้นการนำเทคโนโลยีมาใช้การหันไปให้ความสำคัญกับลูกค้าสถาบันเพิ่มมากขึ้นทำให้มีความโดดเด่นในการสร้างผลดำเนินงานให้กับบริษัทในช่วงปีที่ในช่วง 10 เดือนนี้!!!
 นอกจากนี้บริษัทยังเป็นที่หนึ่งในธุรกิจ" ไอบี"  โดยนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วกว่า  7 บริษัทและมีมูลค่าการลงทุนที่มากเช่นไทยเครดิตและปีหน้าก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปีหน้าบริษัทตั้งเป้าหมายในการรุกธุรกิจ  "ไพรเวทฟันด์"มากขึ้น รวมถึงจะเปิดแอพการลงทุนที่มีฟังก์ชั่นเหมาะและสอดคล้องกับการลงทุนของคนรุ่นใหม่ด้วยเพื่อขยายฐานสู่คนรุ่นใหม่มากขึ้น จากที่ผ่านมาการปรับโครงสร้างและขยายฐานสู่ลูกค้าสถาบันประสบความสำเร็จมาก และยังมีแผนจะร่วมเมื่อกับพันธมิตรทุุกรูปแบบในการทำธุรกิจเพื่อให้สามารถ สนองตอบต่อความต้องการลูกค้าของเราให้มากที่สุด ส่วนธุรกิจ IB ก็จะยังมีเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งการโฟกัสในกลุ่มธุรกิจ "ครอบครัว"ที่ทายาทในรุ่นถัดไป จะต้องการคำปรึกษาเพื่อให้ธุรกิจมีอยู่สืบต่อไป ร่วมถึงการบริหารเวลท์ที่มีอยู่ก็จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นและในพอร์ตของบริษัทก็มีกลุ่มลูกค้าประเภทนี้ค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในการทำธุรกิจ ของ เมย์แบงก์ และ ตั้งเป้า 3 ปีติดอันดับ  3 ทุกธุรกิจในอุตสาหกรรม !!

       ความสำเร็จ!!ที่เห็นเป็นรูปธรรมในปี 2024 นั้น 

     เมย์แบงก์ ประเทศไทย ได้รับการยอมรับอย่างโดดเด่นในปี 2024 มีความเป็นเลิศในการให้บริการแก่นักลงทุนสถาบัน การันตีด้วย 2 รางวัลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET AWARDS) ได้แก่ รางวัลบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความยอดเยี่ยมด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน (Business Excellence Best Security Company Awards Institutional Investors) และ รางวัลบริษัทหลักทรัพย์ที่มีศักยภาพในการบริหารองค์กรได้อย่างโดดเด่นด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน (Outstanding Security Company Awards Business Excellence Institutional Investors) ที่สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของเมย์แบงก์ในการให้บริการ นอกจากนี้ เมย์แบงก์ยังได้เสริมสร้างตำแหน่งผู้นำในการให้คำปรึกษาด้าน IPO โดยมีจำนวนโปรเจค IPO สูงที่สุดในประเทศไทยในปีนี้ ถึง 5 บริษัทพร้อมเพิ่มอันดับส่วนแบ่งตลาดจากอันดับที่ 8 มาเป็นอันดับที่ 5 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการแข่งขันที่สูงและกิจการที่เติบโตขึ้นพร้อมกับความมุ่งมั่นในการสร้างความสำเร็จทางการเงินให้แก่ลูกค้า

ด้านการบริการลูกค้า เมย์แบงก์ มุ่งให้บริการโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มความสะดวกในการลงทุน แอปพลิเคชัน Maybank Invest (MBi) ได้นำเสนอฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้การจัดการบัญชีง่ายขึ้น และเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย รวมถึงการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ ด้วยการนำเทคโนโลยีฟินเทคและคำแนะนำทางการเงินมาใช้ แอป MBi ช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลการลงทุนที่ตรงตามเป้าหมายและมีเครื่องมือที่สะดวก ช่วยตัดสินใจด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจ อีกทั้งยังมีการมอบสิทธิประโยชน์จากการลงทุนด้วยโปรแกรมบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า Tiger Club มอบสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์และแหล่งความรู้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางการเงินอย่างรอบคอบ โปรแกรมนี้ได้สร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า โดยเข้าถึงลูกค้ากว่า 50% โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้า Wealth

ด้านการให้ความรู้ ตามวิสัยทัศน์สร้างโอกาสการลงทุนที่เท่าเทียมให้คนไทย นอกจากโครงการ “Mastering Your Investment” ซึ่งเป็นกิจกรรมสัมมนาที่มอบความรู้เชิงปฏิบัติในการตั้งเป้าหมายทางการเงินและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้า เมย์แบงก์ยังคงเดินหน้าภารกิจในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้กับประชาชนทั่วไปผ่านโครงการ “Jump Start”  โครงการเสริมสร้างความรู้ด้านการลงทุนให้กับพนักงานขององค์กรต่าง ๆ โดยมีการจัดกิจกรรมและสัมมนาภายใต้แนวคิด “Jump Start พุ่งทะยาน คว้าทุกโอกาสบนโลกการลงทุนยุคใหม่” เพื่อให้ความรู้และนำเสนอเครื่องมือด้านการลงทุนที่ถูกต้อง ช่วยให้ผู้เข้าฟังมีความเข้าใจในเรื่องการลงทุนมากขึ้น และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาตนเองและองค์กรได้อย่างเต็มที่ และอีกหนึ่งไฮไลต์ของปีคือ “ติด BUFF การเงิน TALK SHOW” ซึ่งเป็นงานอีเวนต์ด้านการเงินและบันเทิงครั้งแรกในประเทศไทย จัดขึ้นโดยร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากเพจ Money Buffalo และ Buffalo Gags ทอล์คโชว์นี้ได้ผสมผสานเรื่องการเงินกับความบันเทิง ทำให้เรื่องการลงทุนที่ซับซ้อนกลายเป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจสำหรับผู้ชมในวงกว้าง มีผู้ร่วมงานกว่า 600 คน

   เมย์แบงก์ ยังมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สนับสนุนหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านโครงการต่างๆ เช่น  Green Bonds และกองทุนที่เน้นการลงทุนตามหลัก ESG เมย์แบงก์ส่งเสริมการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบซึ่งมีส่วนช่วยในการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับค่านิยมเหล่านี้ เมย์แบงก์ไม่เพียงแต่สร้างผลตอบแทนระยะยาวให้กับลูกค้า แต่ยังมีบทบาทในการผลักดันเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในชุมชนอีกด้วย

“เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จในปี 2024 บริษัทฯ มุ่งมั่นในภารกิจเสริมสร้างศักยภาพให้นักลงทุนและส่งเสริมการเติบโตทางการเงินที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้าแนวทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทำให้มั่นใจว่าลูกค้าจะมีโอกาสในการลงทุนที่ดี โดยการตอบสนองทั้งต่อพลวัตของโลกและประเทศไทย เดินหน้าตามพันธกิจสู่การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่หนึ่งในใจคนไทย” นายอารภัฏ กล่าว