“TIPH”เปิดแผน ปี’68 จ่อร่วมทุนบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ ดีลถัดไป หลังจับมือ เบริล 8 พลัส” ตั้งบริษัทร่วมทุน ขับเคลื่อน Insurance Ecosystem ด้วย AI !

Categories : Update News, Insurance

Public : 28/01/2025

ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” เปิดแผน ปี’68 จ่อร่วมทุนบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ ดีลถัดไป หลังจับมือ เบริล 8 พลัส” ตั้งบริษัทร่วมทุน ขับเคลื่อน Insurance Ecosystem ด้วย AI  !  ด้านธุรกิจทิพยประกันภัย ตั้งเป้าเบี้ยปีนี้โต 3 เท่าของอุตฯ

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือ TIPH และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (TIP) เปิดเผยถึงแผนการทำธุรกิจ ในปี 2568  ว่า TIPH ได้ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ในการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ รวมถึง การเข้าร่วมทุนกับบริษัท ที่จะเข้ามาสนับสนุนและต่อยอดกิจการ โดยภายในไตรมาส2 ปีนี้จะเห็นการร่วมทุนก้บ บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติจำนวน 1 ราย เพื่อประกอบธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี

หลังจากล่าสุดได้ ร่วมทุนกับ BE8 ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน   บริษัท ฮอไรซอน ที 8 จำกัด (T8)ที่ บริษัทถือหุ้น 51% และBE8ถือหุ้น 49% หรือใส่เงินทุน 51:49ล้านบาท โดยT8 จะเป็นบริษัทืี่พัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้า และ เพื่อยกระดับ Insurance Ecosystem ให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย ด้วย AI-Powered Digital Transformatio

ดร.สมพร กล่าวว่า ในส่วนของทิพยประกันภัย นั้นปีนี้ ตั้งเป้าหมายว่าเบี้ยประกันภัยจะโต 3 เท่าของอุตสาหกรรม ที่คาดว่าอุตสาหกรรมจะโต 0.5-2.5% จากปี 2567 จะเติบโต 0.5-1% เทียบจากปี 2566 เหตุผลเพราะปีที่แล้วการขยายตัวของประกันภัยรถยนต์หดตัวลงไปมาก ขณะเดียวกันไม่มีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ

[caption id="attachment_70337" align="alignnone" width="640"] MNGPHG[/caption]

แต่ในปีนี้ มองว่าการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ขณะเดียวกันภาคธุรกิจเริ่มกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคท่องเที่ยวและโรงแรมเริ่มฟื้นตัว ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นการขนส่งและการบริโภค ค่อย ปรับตัวดีขึ้น

“ ปี 2567 เบี้ยรับรวมของ TIP หดตัว 6% เป็นผลจากความระมัดระวังในการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากโครงสร้างเบี้ยส่วนใหญ่ในตลาดยังขาดทุนอยู่ขณะเดียวกันได้ชะลอการรับประกันภัยรถซ่อมห้าง เพราะเจออัตราค่าสินไหมทดแทน(Loss Ratio) ที่สูงถึง 110-115% โดยมีค่าใช้จ่ายรวม (Combined Ratio) สูงถึง130% จึงกดดันเบี้ยรับรวมในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรามีพอร์ตประกันรถยนต์เพียงแค่ 23% ที่เหลือเป็นพอร์ต Non-Motor โดยตามแผนพยายามบาลานซ์พอร์ตรถยนต์ไม่ให้เกิน 30% ของพอร์ตโฟลิโอเนื่องจากประกันรถยนต์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสขาดทุนสูง

ดร. สมพรกล่าวว่า  ทิศทางพอร์ตประกันรถยนต์ปีนี้ตั้งเป้าเบี้ยประกันโต 5% จากปีที่แล้วหดตัว 6% หรือมีพอร์ตมูลค่า 5,800 ล้านบาท (เบี้ยรถอีวีประมาณ 500 ล้านบาท) ยังคงระมัดระวังการรับประกันรถอีวี แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่รับประกันยังรับอยู่ โดยรถอีวีจะเน้นรับงานลูกค้าที่ซื้อประกันเอง ไม่ใช่จากงานดีลเลอร์ที่กำหนดราคาเบี้ยไว้ค่อนข้างต่ำกว่าความเสี่ยงมาก มำให้เบี้ยรถอีวีปีนี้น่าจะชะลอตัวลง และยังคงมีความระมัดระวังเรื่องการรับประกันรถซ่อมห้างเหมือนเดิม