ASP กางกลยุทธ์ 5 ธุรกิจขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่อง และสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ปีนี้เป้ารายได้เติบโต 10%

Categories : Update News, Stock Market

Public : 03/02/2025
 

  ASP กางกลยุทธ์ 5 ธุรกิจขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่อง และสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ปีนี้เป้ารายได้เติบโต 10%

 ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในปี 68 กลุ่มบริษัท ASP ยึดหลักกลยุทธ์ที่บริษัทได้วางแผนพัฒนาและต่อยอดใน 5 ด้าน ได้แก่

1.Customer-Centric Approach เพื่อให้พัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดได้ดียิ่งขึ้น โดยจะทำการแบ่งกลุ่มลูกค้า เพื่อใช้ในการ จัดประเภทกลุ่มลูกค้าของบริษัท และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์

2.Data ManagementInitiatives การนำข้อมูลมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้อง กับเป้าหมายขององค์กรและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

3.Revenue Diversification การกระจายฐานรายได้ไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางของตลาด โดยครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม สินทรัพย์ และภูมิศาสตร์

4.Digital Transformation Powered by AI มุ่งต่อยอดการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานรวมทั้งบริหารจัดการและรวบรวมข้อมูลคำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมให้กับลูกค้า

5.Upskiling Employees การเสริมสร้างความสามารถและพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ผู้แนะนำการลงทุนให้มีความรู้ ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอให้กับลูกค้า พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัลใช้ปฏิบัติงานเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการให้บริการได้อย่างตรงเป้าหมายความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

   " กลยุทธ์ทั้ง 5 ด้านนี้ จะช่วยในการต่อยอดการเป็นผู้นำด้านบริการ Wealth Management โดยปัจจุบันมีการจัดกลุ่ม Segment ออกมาจะทำให้สามารถโฟกัสกลุ่มลูกค้า High Net Worth ได้อย่างชัดเจน และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินการลงทุนให้ลูกค้าเลือกได้อย่างตรงกลุ่มด้วยการ Customize แผนการลงทุนเฉพาะบุคคล"

 

ขณะที่บริษัทฯ เองมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เลือกลงทุนหลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเภทหลักทรัพย์ต่างๆ ในตลาดทุนกองทุนรวม Structure Note หุ้นกู้ พันธบัตร การลงทุนนอกตลาด อาทิ Private Equity, Hedge Fund, Start Up รวมไปถึงประกันภัย

 " ในปี 68 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตทั้งกลุ่มอยู่ที่ 10% ทั้งในแง่รายได้และกำไร แต่ยอมรับว่าเป็นปีที่คาดการณ์ธุรกิจยากขึ้น ดังนั้นจึงต้องวางธุรกิจให้สมดุลและมีเป้าหมาย โดยปรับพอร์ตการลงทุน กระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ ซึ่งปีที่ผ่านมาก็มีกำไร และจ่ายปันผลมากสุดในกลุ่ม"

 

สำหรับภาพรวมธุรกิจหลักทรัพย์ในปีนี้ มองว่าเป็นช่วงวิกฤติของธุรกิจมา 2 ปีแล้ว โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่ได้กระจายความเสี่ยง แต่ ASP ยังมีกำไรอยู่ เพราะมีธุรกิจเสริม ทั้ง Cross-selling บริการมาร์จิ้นโลน จึงมองว่าธุรกิจหลักทรัพย์ควรปิดหรือรวมกิจการกันมากกว่านี้

 

 ขณะที่มองเศรษฐกิจไทยปี 68 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.9% จากปี 67 คาดขยายตัว 2.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1 - 3% คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.1% ส่วนปัจจัยกังวล ได้แก่ ผลประกอบการบจ. รวมถึงตัวเลขส่งออก และ การจูงใจให้เกิดการลงทุนโดยตรง (FDI) จากต่างชาติได้จริงหรือเปล่า พราะไทยน่าจะได้ประโยชน์จากที่จีนมีปัญหากับสหรัฐ

และปีนี้จะเป็นปีที่เผชิญกับความเสี่ยงใหญ่ที่เพิ่มขึ้นมาจากสงครามการค้ารอบใหม่ ทำให้เศรษฐกิจโลกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ล้วนสร้างแรงกดดันต่อตลาดเงินและตลาดทุนมีความผันผวนรุนแรงมาก ทำให้มองว่าปีนี้จะเป็นปีที่การลงทุนในตลาดไหนๆ ก็จะยากขึ้นไม่ว่าจะเป็นตลาดไทยตลาดต่างประเทศ

  "แม้ว่าในปี 2568 เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง รวมถึงเศรษฐกิจไทย แต่การดำเนินงานภายใต้แนวคิดการกระจายรายได้บริหารความเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่อง และการวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรที่ชัดเจน การให้ความรู้แก่พนักงานเพื่อเพิ่มทักษะการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบ Cross Selling จะเป็นแนวทางให้ทุกหน่วยงานของบริษัทในกลุ่ม เอเซียพลัส ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพไปในทิศทางเดียวกัน Transform To Wealth เพื่อสนับสนุนให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย" ดร.ก้องเกียรติ กล่าว