จันทร์ทมิฬ !!! พิษทรัมป์ขึ้นภาษี3ประเทศกดหุ้นดิ่งหนัก-ทองคำพุ่งนิวไฮ

Categories : Update News, Stock Market

Public : 03/02/2025

"ทรัมป์"พ่นพิษทำหุ้นดิ่งหนัก หนักระหว่างวันดิ่งเกิน40จุด ลงไปแตะระดับดัชนีต่ำสุด 1,270 จุด ขณะที่ทองคำพุ่งสวนทำสิถิสูงสุด!!  ASP เปิด 3 ปัจจัยฉุดหุ้นไทยไม่น่าลงทุน ทำต่างชาติหันลงทุนตลาดหุ้นใหญ่  มองเป้าสิ้นปีแตะ 1,520 จุด

 

ตลาดหุ้นไทยผันผวนหนัก ดัชนีปรับตัวลงแรงมากกว่า 40 จุด ช่วงเปิดตลาดเช้า ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก ดัชนีลดลงแตะ 1,270 จุด ก่อนช่วงบ่ายดัชนีเด้งคืน ปิดตลาดยืนเหนือ 1,300 จุด จากความกังวลสงครามการค้า หลัง"ทรัมป์" ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก แคนาดา และจีน

หุ้นไทย วันแรก เดือนแห่งความรัก เปิดตลาดที่ 1,276.91 จุด ปรับตัวลดลง 40.74 จุด โดยทำดัชนีต่ำสุดของวันที่ 1,270.87 จุด ก่อนจะดีดขึ้นปิดตลาดที่ 1,304.39 จุด ลดลง 10.11 จุด คิดเป็น 0.77% มูลค่าการซื้อขาย 54,212 ล้านบาท

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังหลุด 1,300 จุด ให้น้ำหนักที่ปัจจัยในประเทศมากกว่า ส่วนปัจจัยภายนอกไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะได้รับผลกระทบกันทุกประเทศ

โดยปัจจัยในประเทศ ได้แก่ 1. ไม่ค่อยมีธุรกิจเกิดใหม่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา 2. เป็นนักลงทุนหน้าเดิม และลงทุนวิธีการเดิม (Old Investments) เช่น IPO หุ้นเล็กๆ จัดสรรหุ้นไปให้นักลงทุนรายใหญ่ ทำราคาเปิด ทำให้รายย่อยติดหุ้น พอมีความเสียหายจากการลงทุนก็ไม่มีเงินลงทุนต่อ 3.ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเติบโตไม่มาก ขณะที่ธุรกิจ New S-Curve ไม่ค่อยมี จึงมีการผลักดันเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ขึ้นมา

 

ทั้งนี้ มองแรงขายต่างชาติค่อยๆ ชะลอแล้ว ยกเว้นเงินลงทุนระยะยาวที่ลงทุนในธุรกิจไทย แต่ที่เห็นแรงขายในตลาดหุ้นส่วนหนึ่งเป็นกองทุน LTF ที่ครบกำหนดอายุ แต่ที่เงินลงทุนต่างชาติ หันไปลงทุนตลาดใหญ่ อย่าง สหรัฐ ญี่ปุ่น ดีกว่า

 

"ทิศทางหุ้นไทยหลังจากนี้ คาดหวังให้ผลประกอบการบจ.ดีขึ้น บ้านเรายังมีกลุ่มธนาคารมีผลประกอบการดี มีกำไรดีมาก เป็นตัวช่วย หุ้นสื่อสาร นิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจอาหารบางประเภทยังถูก หุ้นดีๆ ยังมีอยู่แต่เงินที่จะลงทุนไม่มี ตอนนี้ลุ้นให้ผลประกอบการ ไตรมาส 1/68 ดีขึ้น"

   

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) เปิดเผยว่า เป้าหมาย SET Index ปี 68 กรอบบนน่าจะอยู่ที่ 1,520 จุด ส่วนกรอบล่าง 1,270 จุด ในแง่ปัจจัยพื้นฐานไม่ควรหลุด 1,300 จุด แต่ถ้าหลุด ทางเทคนิคมอง 1,270 จุด ไม่ควรหลุด น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี

 

ส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญ ตลาดการเงินมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในไตรมาส 1/68 จากความกังวลต่อเงินเฟ้อ ทำให้คาดการณ์ดอกเบี้ยในไทยอาจปรับลง 1 ครั้ง ในครึ่งหลังของปี

 

"ไตรมาส 1-2 คาดเศรษฐกิจไปได้ ถ้าไตรมาส 3 เทรดวอร์กระทบมาถึงไทยและเป็นช่วงท้ายของปีงบประมาณ อาจเป็นภาวะที่ขาดช่วงของมาตรการ ที่กังวลคือช่วงไตรมาส 3 ไม่แน่ใจ แต่ไตรมาส 4 เป็นช่วงเริ่มปีงบประมาณก็จะกลับมาคึกคักได้"

 

 สำหรับกลยุทธ์ลงทุน  เลือกหุ้นที่ P/BV ต่ำ หุ้นที่มีกำไรต่อเนื่อง มี Dividend Yield สูง เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารที่มี Dividend Yield 5% ขึ้นไป แนะทยอยซื้อได้

 

นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงจากความกังวลสงครามการค้าที่เป็นความเสี่ยงของนโยบายประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้หุ้นทั่วโลกก็ปรับตัวลงแรงเช่นกัน นอกจากนี้ มีแรงขายกองทุน LTF ที่ครบกำหนดไถ่ถอนไปแล้ว 2 หมื่นล้านบาท และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติเพื่อลดความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดหุ้นไทยในปี 68 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีกว่า ปี 67 แม้ช่วงครึ่งปีแรกยังมีความเสี่ยงสูง แต่เชื่อว่าใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว โดยมอง downside ที่ 1,250-1,200 จุด ช่วงครึ่งปีหลังมองว่าตลาดน่าจะฟื้นตัวได้เป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการ ไป และหุ้นหลายบริษัทมีโครงการซื้อหุ้นคืนกันมากขึ้น

  " มองตลาดหุ้นไทยในปี 68 จะปิดที่ 1,530 จุด หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 67 แม้ในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เป็นการเติบโตกระจุกตัวอยู่เฉพาะบางอุตสาหกรรมเท่านั้น เช่น อุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับการส่งออก พลังงาน อาหาร และซอฟต์แวร์ ไม่ได้เป็นการเติบโตในวงกว้าง จึงยังไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยมองว่าหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มอุปโภคบริโภคยังน่าลงทุน "

           คำแนะนำปี 68 ธีมการลงทุน 2 ธีมใหญ่ ได้แก่

1.)Trump 2.0 Play จากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้า (Tariff) กับประเทศคู่ค้า โดยได้ปรับขึ้นภาษีกับแคนาดา เม็กซิโก ที่ขึ้นมากกว่าคาดที่ 25% ส่วนจีนปรับขึ้น 10% ต่ำกว่าที่ประกาศไว้ 60% นอกจากนี้ ทรัมป์ก็จะขึ้นภาษีนำเข้ากับยุโรป ซึ่งจะทำให้ภาพตลาดหุ้นผันผวน ซึ่งมองว่า ทรัมป์ต้องการเจรจาต่อรอง เพราะเขาไม่ต้องการทำให้เกิดเงินเฟ้อ และดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า อย่างไรก็ดี ตลาดซึมซับข่าวขึ้นภาษีไปแล้ว เป็นโอกาสตลาดกลับมารีบาวด์

ขณะที่นโยบายทรัมป์ ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยการ 1. ปลดล็อก ผ่อนคลายกฎระเบียบในหลายอุตสาหกรรมหนุนหุ้นสหรัฐ 2.AI ที่ทรัมป์สนับสนุนเต็มที่ หุ้นหุ้นกลุ่ม AI 3. ลงทุนหุ้นคุณภาพดี ผลประกอบการดี ซึ่งหุ้นสหรัฐมีน้ำหนัก 3 ใน 4

2) Laggard Play ได้แก่ ตลาดหุ้นเวียดนาม ที่การเติบโตเศรษฐกิจยังอยู่ระดับสูงในปีนี้ 6-7% นำกลุ่มภูมิภาคเอเชียที่มีอัตราการเติบโตสูง EPS Growth สูงตามภาวะเศรษฐกิจ และ P/E เพียง 10 เท่า ถูกกว่าหุ้นไทยที่มี P/E 14 เท่า

นายสาห์รัช กล่าวว่า ระยะสั้นตลาดหุ้นเวียดนามอาจถูกกดดันจากนโยบายทรัมป์ เพราะเกินดุลการค้าสหรัฐ แต่เวียดนามระบุจะนำเข้าเครื่องบินสหรัฐ จะลดแรงกดดันได้ นอกจากนี้ ในปีนี้คาดว่าตลาดหุ้นเวียดนามจะปรับขึ้นจากตลาด Frontier เข้ามาอยู่ในตลาด Emerging Market ผลักดันให้มีเม็ดเงินจากองทุน Emerging Market ไหลเข้าตลาดหุ้นเวียดนามเพิ่มขึ้น