องค์กรภาคตลาดทุน!!เดินหน้าฟื้นเชื่อมั้นตลาดหุ้น จ่อพบคลังอีกรอบ  ต้น มี .ค.นี้ ชงมาตรการ สั้น-กลาง-ยาวให้พิจารณา  

Categories : Update News, Stock Market

Public : 20/02/2025
 

 องค์กรภาคตลาดทุน!!เดินหน้าฟื้นเชื่อมั้นตลาดหุ้น จ่อพบคลังอีกรอบ  ต้น มี .ค.นี้ ชงมาตรการ สั้น-กลาง-ยาวให้พิจารณา

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า  ทาง FETCO จะได้เข้าพบ รมว.คลัง  ช่วงต้นเดือน มี.ค.68 นี้โดยได้ เตรียมมาตรการไปนำเสนอ  ประกอบด้วย มาตรการ ระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย

 

สำหรับมาตรการระยะสั้นคือ การลดผลกระทบจากแรงขายLTFที่ครบกำหนดที่ค้างอยู่ 1.8 แสนล้านบาทซึ่งมีแนวคิดเรื่องแปลงไปเป็นTESG และ การนำหุ้นมาจำนำของผู้บริหารและผู้ถือหุ้น และการซื้อหุ้นคืนซึ่งเป็นแนวทางบริหารสภาพคล่องและดูแลหุ้นที่ลงมาต่ำเกินพื้นฐาน

  ระยะกลาง คือ มองว่าควรยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้ามา IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฯเพิ่มขึ้น  และมอง ว่า  โครงการ Jump+  จะมาช่วยผลักดันให้ บจ.เข้มแข็งและปั้นมาร์เก็ตแคปให้เติบโตมากขึ้น

 

  ระยะยาว มองว่า ต้องผลักดันกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆให้เกิดขึ้นในตลาดทุน โดย FETCO เล็งเสนอรัฐบาลในการขับเคลื่อน พ.ร.บ.สตาร์ทอัพ เพราะยังไม่เห็นการผลักดันด้านนี้มากนัก เทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค อาทิ ประเทศเวียดนามและอินโดนีเซียที่มีธุรกิจสตาร์ทอัพเกิดขึ้นจำนวนมาก

"FETCO มีการประชุมไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาและหารือหลายเรื่อง ซึ่งได้มีข้อสรุปในเบื้องต้นไว้แล้ว โดยสมาชิกฯได้นำไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน FETCO จะมีการเรียกสมาชิกฯมาหารือร่วมกันอีกครั้ง หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตอบรับนัดพร้อมระบุวันเข้าพบที่แน่นอนแล้ว เพื่อหารือสรุปรายละเอียดต่างๆก่อนนำเสนอให้ รมว.คลัง พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง"ดร.กอบศักดิ์ กล่าว

     

อย่างไรก็ตามมองว่าเรื่องสิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีที่นักลงทุนกองทุน LTF เดิมจะได้รับต้องจูงใจพอสมควร เพราะจะช่วยหยุดแรงขายในกองทุน LTF ปัจจุบันได้ รวมถึงสัดส่วนการลงทุนในกองทุน Thai ESG2 อยากให้เน้นลงทุนในหุ้นอย่างเดียว หรืออย่างน้อยให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นมากกว่า 50% และพร้อมกับให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นได้ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับตกลดลง เพื่อลดความเสี่ยงให้กับกองทุนไทย

 

นอกจากนี้ FETCO อยากเสนอให้กระทรวงการคลังทำเรื่องดังกล่าวเป็นมาตรการระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเหมือนกับกองทุน LTF ที่เมื่อหมดอายุลงแล้วต้องกลับมาแก้ปัญหาอีก เนื่องจากมีเม็ดเงินลงทุนที่สะสมเข้ามาทุกปี ซึ่งเมื่อครบกำหนดก็จะทำให้เกิดแรงขายขนาดใหญ่ในตลาดหุ้น

 

"กองทุนภาษีใหม่อยากให้เหมือน Thai ESG ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อลดความสับสนและการถือครองต้องไม่ควรเกิน 7 ปีปฎิทิน หากได้มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดแรงขาย LTF ลดลง เหลือเฉลี่ยที่ 5,000-6,000 ล้านบาท จากช่วงต้นปีถึงปัจจุบันมีแรงขายประมาณ 20,000 -30,000 ล้านบาท" ดร.กอบศักดิ์ กล่าว