บสย.ตั้งเป้าค้ำสินเชื่อช่วยเอสเอีมอีปี 68 สูงถึง 1.1 แสนล้านบาท
Categories : Update News, Finance
Public : 06/03/2025นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่าในปี 2568 บสย.เตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 110,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ 142,000 ล้านบาท ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ 165,000 ราย ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ทั้งโครงการตามมาตรการรัฐ PGS11 บสย. SMEs ยั่งยืน และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ โดยบสย.ดำเนินการเอง ซึ่งจะครอบคลุมการช่วยเหลือ SMEs ทุกกลุ่ม
รวมทั้ง จะยกระดับองค์กร 4 มิติ เตรียมความพร้อมช่วยเหลือเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม ประกอบด้วย 1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกัน 2.พัฒนาเครื่องมือโมเดลวิเคราะห์ความเสี่ยงในรูปแบบข้อมูลทางเลือก 3.ใช้ประโยชน์จาก Big Data พัฒนาโอกาสช่วย SMEs ให้มากขึ้น และ 4.ใช้ Digital disruption เป็นแรงขับเคลื่อนองค์กร

และท่ามสถานการณ์เศรษฐกิจขาลง ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี แต่ในปี 2567 บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 53,738 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 88,472 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) 90% ค้ำประกันเฉลี่ย 100,000 บาทต่อราย อีก 10% เป็น SMEs ทั่วไป ค้ำประกันเฉลี่ย 4.96 ล้านบาทต่อราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 58,986 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 487,253 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 220,462 ล้านบาท ภายใต้ 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1. โครงการตามมาตรการรัฐ วงเงิน 33,502 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของยอดค้ำประกัน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 83,012 ราย 2. โครงการค้ำประกันสินเชื่อ โดย บสย. ดำเนินการเอง วงเงิน 10,343 ล้านบาท คิดเป็น 20% ของยอดค้ำประกัน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 5,184 ราย และ 3. โครงการ พ.ร.ก. สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2 (โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก) วงเงิน 9,893 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของยอดค้ำประกัน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 1,543 ราย
สำหรับโครงการหลัก PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” มียอดค้ำประกัน 28,537 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 30,381 ราย โดยเป็นกลุ่มที่ไม่เคยใช้บริการ บสย. (ลูกค้าใหม่) ถึง 72% และเป็นกลุ่ม Micro SMEs ถึง 83% ตอกย้ำความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น
