ทองคำพุ่งต่อ 50,000บาทต่อบาททองไม่ไกล

Categories : Update News, Stock Market, Wealth

Public : 20/03/2025
 

MTS Gold แมาทองสุก มอง ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีการหยุดพักใดๆ จากแรงสนับสนุนทั้งปัจจัยพื้นฐานข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงปัจจัยทางด้านเทคนิค

สำหรับวันนี้คาดว่าราคาทองคำจะมีกรอบแนวรับที่ระดับ 3,025 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 3,070 เหรียญ โดยคาดว่าราคาทองคำตลาดโลกจะมีเป้าหมายระยะสั้นที่ระดับ 3,100 เหรียญ

 

ในปีนี้น่าจะเห็นราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 3,200 เหรียญ ขณะเดียวกันราคาทองไทยยังคงทำ All Time High ต่อเนื่องโดยเช้านี้อยู่ที่ระดับ 48,450 บาทต่อบาททองคำ และในระยะยาวคาดว่าราคาทองไทยจะมีเป้าหมายที่ระดับ 50,000 บาทต่อบาททองคำ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มีแรงซื้อและขายสลับกันไปทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยกลับขึ้นไปทำ All Time High ใหม่ที่ระดับ 3,056 เหรียญ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นจากการที่เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเท่าเดิมที่ระดับ 4.25% – 4.50% ตามคาด อย่างไรก็ตาม เฟดยังคงคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งจากเดิมคาดว่าจะปรับลดลง 1 ครั้ง และระบุด้วยว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เฟด ยังประกาศชะลอการทำ QT (Quantitative Tightening) ซึ่งหมายถึง การถอนสภาพคล่องและลดปริมาณเงินที่ไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจลง โดยจะค่อย ๆ ลดการถือครองพันธบัตรในงบดุลลง โดยเฟดจะปล่อยให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ วงเงินเพียง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครบอายุโดยไม่มีการซื้อเพิ่ม ลดลงจากระดับ 25,000 ล้านดอลล์สหรัฐ ทำให้ราคาทองคำดีดขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.247% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 3.977% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.27%

 

สำหรับกองทุนทองคำ SPDR เมื่อวานนี้ซื้อเข้า 2.01 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 909.28 ตัน ภาพรวมเดือนมีนาคม ซื้อสุทธิ 4.9 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 36.76 ตัน ขณะที่ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.5% ตามคาด เนื่องจากกังวลว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวลงเนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรของปธน. ทรัมป์ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นบรรลุตามเป้าหมายแล้วที่ระดับ 2% ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์,ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ดีดกลับขึ้นมาเล็กน้อย เป็นลักษณะการเคลื่อนตัวแบบปรับฐาน ด้านราคาน้ำมันสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ยังคงทรงตัวอยู่แถว 67.16 เหรียญต่อบาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 70.78 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากแรงผลิตที่ยังคงสูง ขณะที่ทางด้านสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวโทษกันไปมาว่าได้กระทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงครั้งใหม่ จากกรณีการโจมตีทางอากาศที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้และสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ปธน.ทรัมป์และปธน.ปูตินเห็นพ้องที่จะให้มีการหยุดยิง ขณะที่สงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาส โดยล่าสุดกองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินครั้งใหม่ในกาซา ซิตี้ ซึ่งเป็นการยกระดับต่อเนื่องจากการเปิดการโจมตีทางอากาศในหลายจุดซึ่งถือเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากความไม่แน่นอนของภาวะสงครามที่ยังไม่สงบ หรือกล่าวได้ว่าที่ปธน.ทรัมป์หาเสียงเอาไว้ไม่เป็นไปตามนั้น สำหรับค่าเงินบาทไทยทรงตัวจากเมื่อวานนี้เปิดที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ ด้านดัชนีดอลลาร์ยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 103.3-103.5 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ราคาทองไทยยังปรับตัวสูงขึ้นพุ่งยืนเหนือระดับ 48,000 บาทต่อบาททองคำได้อย่างมั่นคง