“อัสสเดช คงสิริ” ยิ้มได้ ! หุ้นไทยเด้งตัวขึ้น 3 วันติด หลังดัชนีปรับฐานลงมาจนถึงระดับน่าสนใจ!
Categories : Update News, Stock Market
Public : 20/03/2025“อัสสเดช คงสิริ” ยิ้มได้ ! หุ้นไทยเด้งตัวขึ้น 3 วันติด หลังดัชนีปรับฐานลงมาจนถึงระดับน่าสนใจ!เหตุ โบรกเกอร์ นอก เพิ่มน้ำหนักลงทุน- ทุกมาตรการสร้างความเชื่อเดินหน้า เฟดคงดอกเบี้ยชะลอถอนQE ชี้หุ้นครึ่งปีหลังสดใสกว่า!! พค. เปิดรายละเอียด Jum + อย่างเป็นทางการ แก้เกณฑ์ซื้อหุ้นคืบคืบ ภาคส่วนตลาดทุนกว่า40 ล้านล้าน 20ล้านคน หนุน พรก. เพิ่มอำนาจก.ล.ต
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยดูดีขึ้นและสามารถปรับตัวบวกได้ 3 วันติดต่อแล้ว มาจากปัจจัยหนุนหลายๆปัจจัย ทั้งกรณีที่ ยูบีเอส ปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุน และ ทุกมารตรการสร้างความเชื่อมั่น ทั้งมาตรการระยะสั้น เปลี่ยนกองทุน LTFเป็นืThaiESGX เพื่อชะลอแรงขายLTF พ.ค จะแถลงรายละเอียด Jum+ หลังเข้าพบและหารือกับคลัง และรายงานทุกมาตรการต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงการซื้อหุ้นคืน ที่หารือกับกระทรวงพาณิชย์แล้วคืบหน้ามาก ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นได้
“ ต้องบอกว่า หุ้นไทยปรับฐานลงมาจนถึงระดับที่น่าสนใจเข้าลงทุน ขณะที่พิ้นฐานตลาดหุ้น โดยเฉพาะกำไร ที่ยังดี และหากหักกำไรหุ้นกลุ่มที่เป็นวัฎจักร คือ พลังงานและปิโตรจะเห็นว่ากลุ่มอื่นๆกำไรสุทธิยังเติบโต ROE ยังสูง ทั้งกลุมท่องเที่ยว อาหารสุขภาพ ยังเติบโตดี อีกทั้งหากดูการจ่ายปันผลจะเห็นว่ายังดีและจ่ายกันมาต่อเนื่องปี 67 ตัวเลขปันผล 5.9แสนล้านซึ่งจะเป็นปัจจัยดึงดูดให้หุ้นไทยน่าสนใจ“
กรรมการและผู้จัดการตลท.กล่าวว่า ในส่วนของการเพิ่มอำนาจ ให้สำนักงาน ก.ล.ต ในการทำหน้าที่สอบสวน สืบสวนคดีด้านตลาดทุน และจะมีการออกพรก. ว่า เป็นแนวทางที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพราะถือว่าเป็นประเด็นสำคัญหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุน ที่มีขนาดความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวม 40 ล้านล้าน ทั้งหุ้นและตราสาร และมีประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและอ้อม 20 ล้านคน ซึ่งการมีขบวนการดำเนินการทางกฎหมายที่เร็ว กับผู่ทำความผิดถือว่าจำเป็น และเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่น

” การเข้าพบนายกรัฐมนตรีล่าสุดก็สนใจและให้ควสมสำคัญในประเด็นนี้และสอบถามความคืบหน้าคดีต่างๆที่เกิดขึ้น ก่อนหน้าด้วย“
นอกจากนี้ล่าสุดการที่ เฟด คงดอกเบี้ยชะลอถอนสภาพคล่องออก น่าส่งผลดีต่อตลาดหุ้น แต่ก็ต้องเกาะติดสงครามการค้าใกล้ชิดต่อไป
ด้าน บล เอเซียพลัส ระบุว่า เฟดคงดอกเบี้ย เป็นกาคติดสปริงเล็กๆ ให้ SET INDEX FED ไม่เซอร์ไพร์ส คงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.5% ตามตลาดคาดการณ์
นอกจากนี้ FED ชะลอการทำ QT หวังลดผลกระทบต่อตลาดการเงิน ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในระยะถัดไป DOT PLOT คาดว่าจะเห็น FED ลด ดอกเบี้ยในปี 2568 ราว 2 ครั้ง (ลง 0.5% สู่ระดับ 4.0%) ความคาดหวังทิศทางดอกเบี้ยขาลงในปีนี้ หนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมาก ขึ้นในช่วงสั้น
แต่ในระยะยาวยังต้องระวังความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะSTAGFLATION จากผลกระทบนโยบายการค้าสหัฐฯ ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งอาจผลักให้เงินเฟ้อขยับตัวสูงขึ้น พร้อมกับกดดันเศรษฐกิจชะลอตัวลงได้
สำหรับตลาดหุ้นไทย ช่วง 5 เดือนแห่งความสูญสลาย โดย SET INDEX ลงเร็วและแรงกว่า 21% จาก 1506 จุด (18/10/24) ปัจจุบันเหลือ 1189 จุด และถ้าตัด DELTA ออกเหลือ 1118 จุด แรงขายหลักๆ มาจาก PROGRAM TRADINGสูงถึง -7.1 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นการชะลอการลดลงของ SET จากต่างชาติที่สลับมาซื้อสุทธิในบางวัน มีโบรกเกอร์ต่างชาติเริ่มมีมุมมองบวกกับหุ้นไทยมากขึ้น และในเชิง TECHNICAL เห็น SET ตัดเส้น EMA 10 วัน ที่ชัดเจนในรอบ 3 เดือน อาจทำให้ PROGRAM TRADING ชะลอการขาย และกลับมาซื้อเพิ่มขึ้นได้ TOP PICK เลือก CCET, PLANB และ JMART
