SME D Bank ลุยกระตุ้นเศรษฐกิจอีสานตอนกลาง จัด Soft Loan 3 หมื่นล้าน เติมศักยภาพเอสเอ็มอี

Categories : Update News, Finance

Public : 28/03/2025

SME D Bank เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น รุดลงพื้นที่ภาคอีสานตอนกลาง ผลักดันให้เอสเอ็มอีในพื้นที่เข้าถึงแหล่งทุน Soft Loan จากรัฐบาล วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท จุดเด่นอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3%ปีแรก ผ่อนนาน 10 ปี ช่วยเพิ่มศักยภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับสู่ธุรกิจใหม่ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ชู 3 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้นแบบ นำนวัตกรรม เทคโนโลยี สร้างความโดดเด่นให้ธุรกิจ เพิ่มศักยภาพจนประสบความสำเร็จ

   

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากนโยบายของนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่มอบแนวทางการทำงานให้ธนาคาร เดินหน้าเชิงรุก มุ่งลงไปสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อพาถึงแหล่งทุนจากการสนับสนุนของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนจากพื้นที่ ดังนั้น SME D Bank จัดทีมงานรุดเข้าส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกพื้นที่ ล่าสุด ลงพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ได้แก่ จ.ร้อยเอ็ด จ.กาฬสินธุ์ จ.ยโสธร และ จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพพร้อม ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง และทรัพยากรธรรมชาติ โดยเป็นศูนย์กลางการค้าและคมนาคมเชื่อมโยงสู่จังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน รวมถึง เหมาะแก่การผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ เช่น ธุรกิจการแพทย์ เกษตรแปรรูป และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นต้น

   

ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมสินเชื่อ Soft Loan วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ให้เกิดการยกระดับ จุดเด่นอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่ 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลงทุนติดตั้งเครื่องจักร ระบบ อุปกรณ์ เพื่อใช้พลังงานสะอาด ดีต่อธุรกิจและดีต่อโลก 2.สินเชื่อ "ปลุกพลัง SME" วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1.5 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน และ 3.สินเชื่อ "Beyond ติดปีก SME" วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอีเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ

   

นายพิชิต กล่าวต่อว่า ธนาคารมุ่งมั่นที่จะพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเข้าถึงแหล่งทุนจาก 3 สินเชื่อดังกล่าว ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้ผู้ประกอบการมีแหล่งทุนที่มีต้นทุนต่ำ สามารถนำไปยกระดับปรับเปลี่ยนสู่ธุรกิจใหม่ ด้วยการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบเทรนด์ธุรกิจปัจจุบันและอนาคต รวมถึง สอดคล้องอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

       

ทั้งนี้ ตัวอย่างลูกค้า SME D Bank ในพื้นที่ ซึ่งเหมาะเป็นต้นแบบของเอสเอ็มอียุคใหม่ นำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาสร้างความโดดเด่นให้ธุรกิจ จนประสบความสำเร็จ เช่น ธุรกิจร้านอาหาร "ตำกระเทย" บริษัท เจ้เทย เนทีฟ ฟู้ด อินเตอร์เทรด จำกัด จ.มหาสารคาม โดยนายจิรเดช เนตรวงค์ ที่ผสมผสานเมนูอาหารอีสานท้องถิ่นกับการสร้างมาตรฐาน

 

โดยใช้ระบบครัวกลาง อร่อยและปลอดภัย นอกจากนั้น ต่อยอดด้วยการขยายสาขา และแตกไลน์ผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้าสำเร็จรูปบรรจุขวดส่งขายทั่วประเทศ โดย SME D Bank ช่วยสนับสนุนธุรกิจมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก และช่วยต่อยอด จนปัจจุบัน ขยายรวมแล้ว 17 สาขาทั่วประเทศ

           

บริษัท ไทย ทิชชูคัลเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จ.มหาสารคาม โดยนางสาวสาวิตรี อินปลัด และนายอนุวัช อินปลัด ธุรกิจผลิตและจำหน่ายต้นกล้าผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ที่เริ่มต้นจากความสนใจส่วนตัว ศึกษาหาความรู้ด้วยการไปอบรม และลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ที่สำคัญ มุ่งเข้ารับการถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้สามารถยกระดับพัฒนานวัตกรรมในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่มีสายพันธุ์โดดเด่น เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่ง SME D Bank ช่วยสนับสนุนเงินทุนในการต่อยอดและขยายกิจการ

   

   

และคาเฟ่ "Skipper Garden" หจก.สคิปเปอร์ กรุ๊ป จ.ร้อยเอ็ด โดยนายปฏิญญากร บุราณรมย์ อดีตนักกีฬาเรือใบทีมชาติ ที่หวนคืนบ้านเกิด กลับมาพัฒนาที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้เป็นคาเฟ่ที่มีสไตล์โดดเด่น ด้วยบรรยากาศร่มรื่น อุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะมาพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึง ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ช่วยลดต้นทุนประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย SME D Bank สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้ไม่มีสะดุด

   

"ลูกค้าของ SME D Bank ทั้งสามราย เป็นตัวอย่างที่ดี สะท้อนให้เห็นว่า โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะประสบความสำเร็จและยืนหยัดอยู่ได้ จำเป็นต้องยกระดับปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มศักยภาพ เช่น เพิ่มมูลค่าสินค้าหรือบริการ สร้างมาตรฐาน ลดต้นทุนโดยใช้พลังงานสีเขียว เป็นต้น ซึ่งการจะเพิ่มศักยภาพได้นั้น จำเป็นต้องมีนวัตกรรม เทคโนโลยี หรือปรับเปลี่ยนกระบวนการ ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้เงินลงทุน

         

ดังนั้น การสนับสนุนเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำควบคู่กับการพัฒนาเพิ่มความรู้ จะมีส่วนสำคัญผลักดันให้เอสเอ็มอียกระดับเพิ่มศักยภาพได้ง่ายขึ้น และเมื่อเอสเอ็มอีในพื้นที่เติบโต จะส่งต่อประโยชน์ ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ เกิดเงินหมุนเวียน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน" นายพิชิต กล่าวทิ้งท้าย