หุ้นไทยไตรมาสแรกปี68ติดลบ17.39%สูญเสียความมั่งคั่งกว่า2.79ล้านล้าน!!!!
Categories : Update News, Stock Market
Public : 31/03/2025หุ้นไทยปิด ไตรมาสแรกปี 68 ติดลบ 17.39% ขณะที่มาร์เก็ตแคปวูบหาย 2.79ล้านล้านเหตุรับผลกระทบรอบด้านทั้ง ทริมป์2.0สงครามการค้า กำแพงภาษี ขณะที่ในประเทศ แรงขายLTFเศราฐกิจโตต่ำ ซ้ำด้วยแผ่านดินไหว ตึกถล่มส่งท้าย!!
หุ้นไทยปิด ไตรมาสแรกปี 68 ดัชนีปิดที่ 1,158.09จุด ลดลง 243.91จุดหรือ 17.39% ขณะที่มาร์เก็ตแคปวูบหาย 2.79ล้านล้านเหตุรับผลกระทบรอบด้านทั้ง ทริมป์2.0สงครามการค้า กำแพงภาษี ขณะที่ในประเทศ แรงขายLTFเศราฐกิจโตต่ำ ซ้ำด้วยแผ่านดินไหว ตึกถล่มส่งท้าย!!
ดัชนีตลาดหุันไทยปิดทำการวันสุดท้ายของงวดไตรมาสแรกปี2568 ที่ระดับ 1,158.09จุด ลดลง 17.36จุด จากวันที่ 28มีนคม2568ที่ตลาดเปิดซื้อขายเพียงแค่ครึ่งวันเช้าหลัง กทม .เจอแผ่นดินไหวและมีตึกถล่ม และเมื่อเทียบกับดัชนีปืดเมื่อสิ้นปี 2567ที่ระดับ 1,204จุด

เท่ากับว่า ไตรมาสแรกปี2568หุ้นไทยให้ผลตอบแทนติดลบ 17.39% โดยดัชนีทั้งไตรมาสลดลง 243.91จุด ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เก็ตแคป)ลดลงไป 2.79ล้านล้าน บาทโดยเมื่อวันที่ 28มีนาคม มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 14.64 ล้านล้าน ลดลงจากสิ้น ธ.ค2567ซึ่งอยู่ที่ 17.43ล้านล้านบาท
ขณะที่ในส่วนของกลุ่มนักลงทุนนั้นตลอดระยะเวลาของไตรมาสแรกนั้น สถาบันซื้อสุทธิ 4,033ล้านบาท ต่างชาติขาย 20,378ล้านบาท รายย่อยซื้อ 22,657.78ล้านบาทและพอร์ตบล.ขาย 6,312ล้านบาท
อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยช่วงไตรมาสแรกเจอปัจจัยเสี่ยงมากมายทั้งแรงขายจากLTFที่ครบกำหนดที่ขายไปกว่า 1.6หมื่นล้านจากทั้งหมดที่จะครบเกิน 2แสนล้าน จนสุดท้ายทางการ ต้องออกมาตรการมาชะลอแรงขายด้วยการให้โอนย้ายไป กอง ThaiEGSX ที่ได้วงเงินลดหย่อยเพิ่มเป็น 5แสนล้านบาท กองเก่าและหากมีการลงทุนใหม่ก็จะได้ลดหน่อยอีก 2แสนล้าน ซึ่งประเด็นนี้จะเห็นมีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในเเดือน พ.ค
สำหรับผลกระทบที่หนักสุดและป่วนตลาดหุ้นทั้งโลก คือการ กลับมาของ ทรัมป์ 2.0ที่ เริ่มปฏิบัติการสงครามการค้าประกาศขึ้นภาษีประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐเริ่มที่แม็กซิโกและแคนนาดา ส่วนไทยก็จับตามาตรการที่จะโดน ทรัมป์เพราะเกินดุลสหรัฐอยู่ในอันดับ10
นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจไม่พอ ล่าสุด 28มรนาคม 2568มีแผ่นดินไหวรุนแรง 8.2ริกเตอร์ที่ เมียนมา ส่งผลกระทบและทำให้เกิดแผนดินไหวรุนแรงรอบ100ปีในกรุงเทพมฯและมีตึกถล่ม ซึ่งผลกระทบทั้งบวกและลบกำลังเริ่มเกอดขึ้นและจะส่งผลต่อการลงทุนในไตรมาส2 อย่างแน่นอน
"เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กำลังอยู่ระหว่างการประเมินกรอบ SET Index ในเดือน เม.ย.นี้ เนื่องจากเป็นเดือนที่ยังประเมินตัวเลขที่ค่อนข้างยาก เพราะยังไม่มีความแน่ชัดว่าประเทศไทยจะถูกสหรัฐฯขึ้นกำแพงภาษีสินค้ากี่รายการ
ในเดือนเม.ย.นี้ ถือเป็นรอยต่อที่สำคัญสำหรับตลาดหุ้นไทย เพราะจะมีเรื่องกำแพงภาษีจากสหรัฐฯเป็นตัวตัดสินว่า SET Index จะกลับมาได้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากประเทศไทยรอดพ้นจากการถูกขึ้นกำแพงภาษีดังกล่าว เชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยจะตอบรับเชิงบวก และพลิกกลับมารีบาวด์ได้แรงจากการคลายความกังวลดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นฝ่าวิจัย บล.เอเซีย พลัส ยังประเมินว่า ท้ายที่สุดประเทศไทยจะถูกสหรัฐฯขึ้นกำแพงภาษีสินค้าบางรายการ ซึ่งจะยังทำให้กดดันให้ตลาดหุ้นไทยไม่สามารถฟื้นตัวได้ในเดือน เม.ย.นี้
