“SCBAM”เปิดแผน3ปีAUM3ล้านล้านหากขยายฐานลูกค้าแตะ1ล้านราย รายได้แตะ1หมื่นล้าน ปีนี้ AUM 2 ล้านล้าน
Categories : Update News, Stock Market, Wealth
Public : 03/04/2025"SCBAM"เปิดแผน3ปีAUM3ล้านล้านหากขยายฐานลูกค้าแตะ1ล้านราย รายได้แตะ1หมื่นล้าน ปีนี้ AUM 2 ล้านล้านเพิ่มจากปี671.94ล้านล้านบาท แนะน้ำหนักตราสารหนี้ปลอดภัยสุด ยุค ทรัมป์ขึ้นภาษีป่วนโลก ทำใจ5-10วันข้างหน้สผัยผวนสุด! ทองคำปลอดภัย พร้อมหั่นดัชนีลงจากเดิม 1360 จุด มองต่ำสุดไม่หลุด1,000 จุด
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBAM เปิดเผยว่า SCBAM ยังมุ่งเดินหน้าและผลักดันการเติบโตของธุรกิจให้เป็น “The Best Fund House” ตามวิสัยทัศน์หลักที่บริษัทตั้งใจ โดยที่ผ่านมา SCBAM ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถการบริหารจัดการกองทุนที่เป็นมืออาชีพ สร้างความเชื่อมั่นจนเป็นที่ไว้วางใจของผู้ลงทุนทุกกลุ่มและได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารจัดการเงินลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายใน3ปีข้างหน้า จะมีฐานลูกค้าแตะ 1ล้านราย ซึ่งเมื่อฐานลูกค้ามากขึ้นจะทำให้ AUM ขึ้นไปแตะที่ 3ล้านล้าน และมีรายได้ 1หมื่นล้านบาท จากปัจจุบัน ฐานลูกค้า 7แสนรายและ มีAUM ที่ 1.94 ล้านล้สนบาทและมีรายได้ 6,000 ล้านบาท
สำหรับปี นี้ SCBAM เชื่อมั่นว่าจะสามารถเดินหน้าสร้างความสำเร็จ ผลักดันให้ AUMเติบโตต่อเนื่องสู่ 2 ล้านล้านบาทได้

ด้วย 3 แนวทางขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน แนวทางแรก คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร ผสานกับผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย และโซลูชันการลงทุนที่ตรงใจผู้ลงทุน ตอบรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสภาวะตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในส่วนที่สองคือ การเติบโตอย่างยั่งยืนด้านการลงทุนที่ SCBAM จะมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมการลงทุนที่ตอบโจทย์ทุกระดับความต้องการ พร้อมกลยุทธ์การลงทุนเพื่อโอกาสสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและมีเสถียรภาพ เน้นคัดเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และโปร่งใสด้วยการใช้เทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน และส่วนสุดท้าย คือการเติบโตอย่างยั่งยืนด้านการให้บริการที่ SCBAM ขับเคลื่อนภายใต้การจัดการที่เป็นเลิศและรองรับการเติบโตอย่างปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาการบริการและแพลตฟอร์มการลงทุนที่ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่าย พร้อมสร้างประสบการณ์การลงทุนที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ลงทุนในยุคดิจิทัลนี้ได้อย่างเต็มที่
สำหรับประเด็นการขึ้นภาษีศุลกากรของทรัมป์ จะส่บผลให้ 5-10วันข้างหน้าตลาดหุ้นจะเต็มไปด้วยความผันผวน ซึ่งในภาวะแบบนี้ ตราสารหนี้ คือพระเอกในการลงทุน และทองคำ ค่อสินทรัพย์ปลอดภัยท
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เตรียมปรับเป้า SET Index ปี 68 และ EPS ลงจากมุมมองเดิมที่เคยประเมินไว้ 1,360 จุด กำไรต่อหุ้น (EPS) โต 7% ต่ำกว่า Consensus ที่ประมาณ 10% หลังจากสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยถึง 36% สูงกว่าคาดไว้ที่ 10-25% แต่มองว่าดัชนี SET คงไม่หลุดระดับ 1,000 จุด อย่างไรก็ตาม SCBAM มองว่าครึ่งหลังของปี 68 หุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวได้จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่คาดว่าลด 2 ครั้งในปีนี้ การเปิดกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) รองรับเม็ดเงินกองทุน LTF แม้ไม่ได้หนุนดัชนีให้ขึ้นไปมากนัก แต่จะช่วยลดแรงขายลง และยังมีโครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ รวมถึงมาตราการอื่นๆ ที่มาเสริมความเชื่อมั่น จึงมองว่าปลายไตรมาส 2/68 เป็นจังหวะน่าลงทุน แต่ก็ยังต้องติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐ แม้เชื่อว่ารัฐบาลคงเตรียมความพร้อมที่จะแก้ปัญหานี้ไว้แล้ว และคาดหวังว่าจะมีการเจรจาอย่างเร็วที่สุด เพราะหากทิ้งไว้นานก็จะยิ่งส่งผลลบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่าการเรียกเก็บระดับ 36% ของสหรัฐเป็นการประกาศเพดานเปิดโอกาสให้มีการเจรจา จึงโอกาสที่อัตราเรียกเก็บจะปรับลดลง นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังการเกิด Second Round Effect เนื่องจากไทยมีการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 30% ของ GDP ซึ่งประเทศคู่ค้าในภูมิภาคก็ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะกระทบการส่งออกของไทยในปีนี้เพิ่มขึ้น รวมทั้งอาจกระทบกับภาคแรงงานการจ้างงาน และการอุปโภคบริโภคในประเทศด้วย ขณะที่ SCBAM ได้มีการปรับพอร์ตการลงทุนอยู่เสมอก่อนที่สหรัฐจะประกาศมาตรการภาษีเพื่อลดความเสี่ยง เนื่องจากมองว่าอัตราภาษีจะตามคาดหรือไม่ก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยกลยุทธ์ลงทุน มองว่าหุ้นไทยที่น่าสนใจ Core Port เน้นกลุ่ม Defensive ได้แก่ Healthcare โรงพยาบาล กลุ่มการเงิน เน้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ พร้อมแนะนำหุ้นกลุ่มปันผลและกลุ่มที่มีความผันผวนต่ำ
