หุ้นไทยนิวโลว์!!ปิดทรุดอีก36จุด ด้าน IAA เชื่อ SET แนวรับไม่หลุด 1,100เอาอยู่!! แม้แผ่นดินไหว-ภาษีสหรัฐถล่ม เชื่อดบ.ลงหนุน แต่หั่น EPS-ให้เป้าสิ้นปี 1,322
Categories : Update News, Stock Market
Public : 04/04/2025
- หุ้นไทยร่วงหนักกว่า 36จุด ดัชนีลงมาปิดที่ 1125จุดทำนิวโลว์รอบ5ปี ด้าน IAA เชื่อ 1,100 แนวรับสำคัญเอาอยู่ แม้แผ่นดินไหว-ภาษีสหรัฐถล่ม เชื่อดบ.ลงหนุนแต่หั่น EPS-ให้เป้าสิ้นปี 1,322
นักวิเคราะห์แนะนำให้มีการกระจายพอร์ตการลงทุน แบ่งเป็น
เงินสดและเงินฝากระยะสั้น 15%
กองทุนตราสารหนี้ 18.10%
หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 24.71%
หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 21.95%
ทองคำหรือกองทุนทองคำ 13.21%
กองทุนอสังหาฯหรือ REIT 6.31%
สินทรัพย์อื่นๆ เช่น สกุลเงินต่างประเทศ / Digital Asse 0.71%
ด้านความเห็นการลงทุนต่างประเทศ แนะนำกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ หรือกลุ่ม AI-Technology และ Selective Asia เช่น จีน เวียดนาม ทั้งนี้มีหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการลงทุนต่างประเทศและทองคำ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (DR DRx) ที่แนะนำตรงกันตั้งแต่ 4 สำนักขึ้นไป มีดังนี้ (เรียงชื่อตามอักษรย่อ) ได้แก่ BABA80 GOLD03 GOLD19 TENCENTสำหรับในการลงทุนหุ้นไทยนั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหมวดธุรกิจค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม การแพทย์ เทคโนโลยีและการสื่อสาร ในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน หมวดธุรกิจยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
รายชื่อหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 4 สำนักขึ้นไป มีดังนี้ (เรียงชื่อตามอักษรย่อ)
1. ADVANC คาดกำไรปี 68 โต y-y จากการเร่งตัวขึ้นของรายได้หลัก ตามการเพิ่มขึ้นรายได้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ หนุนจากจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น คาดรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น ตาม Demand การซื้อแพ็คเกจแบบพ่วงบริการ ส่วนการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ คาดได้ราคาประมูลใกล้เคียงกับราคาเริ่มต้นเนื่องจากการแข่งขันที่น้อย ซึ่งจะช่วยลดโครงสร้างต้นทุน
2. BDMS มองว่ากำไรสุทธิปี 68 มีแนวโน้มจะเติบโตต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของรายได้คนไข้ชาวไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง จากการทำการตลาดของบริษัทฯ และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทย รวมถึงแผนการเพิ่มจำนวนเตียง และการขยายศูนย์ทางการแพทย์ในด้านต่างๆ
3. CPALL มองว่าผลประกอบการโต YoY ต่อเนื่อง ราคาหุ้นไม่แพง PER2025 เพียง 16 เท่า และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ
4. KTB ปัจจัยสนับสนุนจากงบดุลแกร่ง และสินเชื่อเติบโตจากภาครัฐ แม้ให้ Yield ต่ำแต่ก็ไม่มีปัญหาหนี้เสีย
สำหรับหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ หุ้นบางบริษัทในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ราคาเกินพื้นฐาน ถูกกดดันจาก CAP WEIGHT และหุ้นที่ได้รับผลกระทบการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐ
นักวิเคราะห์ยังได้เพิ่มเติมการแนะนำไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายที่จะมีผลบวกต่อภาวะเศรษฐกิจ มีความคุ้มค่ากับงบประมาณ ได้แก่ เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่หนุนศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลักดันอุตสาหกรรม New S-Curve เสนอด้านการช่วยเหลือภาคธุรกิจ ได้แก่ ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมากปรับโครงสร้างธุรกิจแก่ SME สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในประเทศ และตามมาด้านการช่วยเหลือภาคประชาชน ได้แก่ นโยบายที่เอื้อต่อการเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ออกมาตรการให้ Reward ต่อลูกหนี้ที่ชำระหนี้ตรงเวลา เพื่อลดภาระ NPL ในระยะยาวและให้ความสำคัญด้านการศึกษา

ปัจจัยที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในไตรมาส 2/68 คือการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ ตามมาด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยและนโยบายของรัฐบาลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว