“ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ชี้ ทางออกของประเทศไทยต้องทำประมาณ 5 ด้าน-BBLลดประมาณการณ์จีดีพีปีนี้ลงต่ำกว่า 2.5% จากเดิม 3%  เหตุสงครามการค้ารุนแรงกว่าคาด!!!  

Categories : Update News, Stock Market

Public : 08/04/2025

  " ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล "  ชี้ ทางออกของประเทศไทยต้องทำประมาณ 5 ด้านพร้อมๆกัน ประกอบด้วย การเจรจา เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำ และ ต้องรักษาโมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจ ตลอดจนเตรียมรับมือสินค้าจีนที่จะเข้ามา และ ลดความพึ่งพิงในสหรัฐ พร้อม  ลดประมาณการณ์จีดีพีปีนี้ลงต่ำกว่า 2.5% จากเดิม 3%  เหตุสงครามการค้ารุนแรงกว่าคาด!!!

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ Reciprocal Tariffs ส่งผลให้เกิด Aftershocks ที่รุนแรงมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 4 ประเด็น ประกอบด้วย

1. ผลจากการดำเนินนโยบายทรัมป์ 2.0  ตลอด 5 วัน แห่ง ของความปั่นป่วน ซึ่งการเริ่มต้นสงครามการค้าโลกแห่งศตวรรษที่ 21  ถือว่าจุดเริ่มต้นมาจากการเซ็นสัญญาไปวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตกลงไปถึง 1,500 จุด แต่ล่าสุดผ่านมา 2 วันตลาดหุ้นสหรัฐฯตกรวมไปทั้งสิ้น 3,000 จุด ซึ่งถือว่า ไม่ใช่เพียงตลาดหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้นที่ปรับตัวลง แต่ยังสร้างผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น และ เริ่มปรับพอร์ตการลงทุน

2.เบื้องหลังของการคำนวณและนัยยะ โดยตัวเลขการคำนวณเป็นสิ่งที่ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทุกประเทศจะโดนขึ้นภาษีประมาณ 10-20% แต่ล่าสุดจีนสูงถึง 60% โดยการเก็บภาษีแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ 1.ระดับประเทศ 2.ระดับอุตสาหกรรม 3.ระดับบริษัท ซึ่งที่ผ่านมาได้เห็นระดับประเทศ และ ระดับอุตสาหกรรมแล้ว แต่ในระดับบริษัทจะเห็นในระยะถัดไปมากขึ้น หากจีนมีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นผ่านการจัดตั้งบริษัทแล้วมีการส่งสินค้าไปสหรัฐฯ โดยสิ่งนี้จะโดนสหรัฐฯ จัดเก็บภาษีเช่นเดียวกัน

3.เกิดอะไรขึ้นต่อไป ซึ่งนักลงทุนคาดหวังทรัมป์จะเปลี่ยนใจ หลังหุ้นตกขนาดนั้น แต่สุดท้ายทรัมป์ออกมาระบุชัดเจนว่า จะไม่ถอย โดยเป้าหมายที่แท้จริง คือ สหรัฐฯ ต้องการทะลายกำแพงการค้าของประเทศต่างๆ ลดการขาดดุล ตลอดจนสร้าง New Global Tradind System และ สร้างงานในสหรัฐ และ หาเงินมาใช้ในการชำระหนี้

4. ทางออก และ ทางรอดของไทย จาก Reciprocal Tariffs มองว่า ไทยต้องคิดหลายอย่าง และ ต้องเตรียมการหลายเรื่อง หลังจีนถูกขึ้นภาษีรวมกัน 104% ซึ่งจีนต้องหาประเทศอื่นเพื่อส่งออกต่อไป ดังนั้นจะเห็นการเข้ามาในอาเซียนมากขึ้น และ สินค้าจีนจำนวนมากจะหลั่งไหลมาที่ไทย ดังนั้นแนะนำผู้ประกอบการรายย่อยว่า ต้องเตรียมการรับมือกับเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันประเทษศที่จีนเข้ามาใหม่ในภูมิภาคนี้ หรือ การย้ายฐานการผลิตเข้ามา อาจจะต้องแข่งขันกับไทยด้วยเช่นกัน

"เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมการ พวกนี้จะมากระทบไทยหลายช่องทาง ทั้งช่องทางการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เราเริ่มเห็นตอนนี้แล้วว่า ผู้ประกอบการกำลังได้รับคำสั่งยกเลิกออเดอร์ เพราะเขาไม่แน่ใจว่าปัญหาภาษีจะจบตรงไหน หรือ จะเจรจาได้หรือไม่ ผลกระทบที่ตามาอีก คือ ท่องเที่ยว ถัดมาเรื่องความเชื่อมั่น การลงทุน"ดร.กอบศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่า การที่จะเข้าสู่ทางรอด และ ทางออกของประเทศไทยต้องทำประมาณ 5 ด้านพร้อมๆกัน ประกอบด้วย การเจรจา เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำ และ ต้องรักษาโมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจ ตลอดจนเตรียมรับมือสินค้าจีนที่จะเข้ามา และ ลดความพึ่งพิงในสหรัฐ และ จีน เพราะประเทศไทยพึ่งพาสหรัฐ 18% ของการส่งออกเท่านั้น โดยไทยควรมองหาตลาดแถวนี้ที่กำลังเติบโตอย่างอินเดีย อาเซียน หรือ ประเทศอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้น แม้กระทั่งแอฟริกา ซึ่งประเทศเหล่านี้น่าสนใจทั้งนั้น สุดท้ายต้องคิดว่าไทยจะวางตำแหน่งตนเองในการอยู่ท่ามกลาง 2 ประเทศอย่างสหรัฐฯ และ จีนอย่างไร

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือไม่ ยังยืนยันว่าขณะนี้ไม่ใช่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ธนาคารได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยลง ซึ่งปกติจะไม่ปรับประมาณการเศรษฐกิจเร็วขนาดนี้ เดิมคาดที่ 3% เมื่อตอนต้นปี แต่พอเวลาผ่านเห็นสิ่งต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นคิดว่า อาจจะโตต่ำกว่า 2.5%

  ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ ในปีนี้อาจจะต้องหาสินทรัพย์ที่มั่นคงมากขึ้น และ อย่าใช้มาร์จิ้นในการลงทุน ควรใช้เงินตัวเองลงทุน แต่ต้องทำใจไว้ช่วงนี้อาจจะขึ้นๆลงๆ แล้วเกิดความเสียหายได้ และ ถ้าเกิดว่าใครไม่พร้อมก็ออกจากตลาดไปก่อน ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ในตลาดตลอดเวลา โดยเมื่อเห็นว่า ตลาดกลับมาดีแล้ว และ มรสุมผ่านไปค่อยกลับเข้ามาใหม่

"หลักสูตรที่สำคัญที่สุดของนักลงทุนก็คือ เราต้องรักษาเงินต้นให้ได้ เพราะตอนนี้ตลาดหุ้นยังคงผันผวน ถ้าจะซื้อต้องทำใจว่ามันลงต่อได้ ในขณะเดียวกันผมคิดว่า ก็เป็นโอกาสเหมือนกันต้องถามตัวเองด้วยว่า พร้อมที่จะลงทะเลตอนที่มีมรสุมไหม ถ้าพร้อม และ เราฝึกฝีมือมาดี สินทรัพย์ที่เพียงพอ และ รับความเสี่ยงได้ ก็ลุย แต่ถ้าไม่พร้อม ก็อาจจะต้องไปหาพื้นที่อื่นในการที่จะรอไว้ก่อน แล้วหลังจากนั้นพอโอกาสเปิดก็เข้าหุ้นได้ เพราะตอนนี้หุ้นกำลังตกลงมาพอสมควร"ดร.กอบศักดิ์ กล่าว