หุ้นไทยสังเวยมหาสงครามการค้า!!!วันเดียวมาร์เก็ตแคป วูบ 6.2แสนล้านบาท!!!
Categories : Update News, Stock Market
Public : 08/04/2025ได้ผลดี !!! หุ้นไทยปิดตลาดลดลง 50.62 จุด หรือ 4.50% แม้มาร์เก็ตแคปวันเดียววูบ 6.2แสนล้าน !!! หลังบอร์ดตลาดหลักทรัพย์นัดพิเศษ เคาะ ปรับเกณฑ์ซื้อขายชั้วคราว เช่น ห้ามชอต - ปรับ Ceiling-fl00r เหลือ 15%
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 เมษายน 2568อีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย!!ที่ต้องจดจำ เพราะเป็นวันแรกที่เปิดซื้อขายภายหลังมหาสงครามทางการค้าเกิดขึ้น จากการที่" ทรัมป์ "2.0 เดินหน้าเรียกเก็บภาษีศุลกากรประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐ ตามตรรกการคำนวณของ ทรัมป์ ซึ่งประเทศไทยไทยไป 37%
เพื่อรับมือกับภาวะตื่นตระหนก!!! บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับปรุงเกณฑ์การซื้อขายชั้วคราว ห้ามชอตหุ้นโดยเด็ดขาด ปรับช่วงการขึ้นลงของราคาหุ้นเหลือ 15% จาก 30% ปรับDynamic Price bandของหุ้นรายตัวจาก10%เหลือ 5% และนี้เป็นครั้งแรก ที่ตลาดหลักทรัพย์ดำเนินการอย่างนี้ !!
ซึ่งถือว่าทันสถานการณ์ และรับมือได้ หากดูจากการปรับตัวลงลงของดัชนีตลาดหุ้น ที่ปิดตลาดที่ 1074.59 จุดลดลง 50.62 จุด หรือ 4.50% ระหว่างวันลงไปลึกสุด 1056.51 จุดและขึ้นไปสูงสุดที่ 1083.75จุด
เทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่บางตลาดลงไป6-7%

โดยสถาบันขายหนัก 4,768.78 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขาย 2,475.94 ล้านบาท ส่วนรายย่อยกล้า ซื้อสุทธิ 7,341.02 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามการที่ดัชนีลดลง 50.62จุดได้ฉุดให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เก็ตแคป)ตลาดหุ้นไทยหายไป 6.2แสนล้านบาทภายในวันเดียว โดยมาร์เก็ตแคปลดลงมาอยู่ที่ 13.28ล้านล้านบาท จาก 13.90ล้านล้านบาทเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568
คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาเผยแพร่ "มาตรการที่ประกาศใช้เมื่อวานนี้ คิดว่าช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดทุนไทยได้ในระดับหนึ่ง ตลาดเราลดลง 4.50% ซึ่งน้อยกว่าหลายตลาดในภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการปรับตัวในวันก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนและความไม่แน่นอนจะยังคงมีอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้ผู้ลงทุนติดตามข่าวสารและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน"
ขณะที่บล.ทิสโก้ ระบุว่าการตัดสินใจดำเนินมาตรการชั่วคราวของตลาดหลักทรัพย์ถือเป็นมาตรการที่สามารถพยุงตลาดไว้ไม่ให้ลงลึกเกินไป และมองว่าดัชนีที่ลงมาเป็นโอกาสสะสมหุ้นในระยะกลางและยาวในกลุ่มค้าปลีกเลือก CPALL CPAXT กลุ่มธนาคารเลือก KTB TTB กลุ่มโทรคมนาคมและขนส่งเลือก ADVANC BEM กลุ่มโรงพยาบาลเลือก BDMSและ PR9 กลุ่มฏครงสร้างพื้นฐานเลือก DMT EGCO BTSGIF PROSPECT
