‘เสนา’ ยกระดับสร้างที่อยู่อาศัยดึง โนฮาวฮันคิว พันธมิตรญี่ปุ่น รับมือแผ่นดินไหว “” รับชะลอก่อสร้าง 3เดือน6โครงการเพื่อสร้างความมั่นใจ พร้อมนำกลยุทธ์ “LivNex เช่าออมบ้าน”กระตุ้นยอดโอน
Categories : Update News, Stock Market, Property
Public : 16/04/2025สัมภาษณ์พิเศษ-Wealthplustoday "ทรัมป์-แผ่นดินไหว" กระทบภาพรวมการทำธุรกิจ “เสนาดีเวลลอปเม้นท์” รับชะลอก่อสร้าง 3เดือน 6โครงการ เหตุขอนำ geo fjt+ Mamoru โนฮาวน์ ด้่นการก่อสร้างรองรับแผ่นดินไหว ของ “ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป” พันธมิตรสำคัญ มาใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูก เสนา พร้อมเร่งเดินหน้าโปรเจกต์ “LivNex เช่าออมบ้าน” เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินออม ช่วยลูกค้าเป็นเจ้าของบ้านง่ายขึ้น พร้อมโมเดล Subscription Condo “RentNex” ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม รองรับแบงก์ปฎิเสธสินเชื่อพร้อมปรับลเพอร์ตหนี้หุ้นกู้ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย นับว่าเป็นอีกปัจจัยลบที่ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจสำหรับภาคธุรกิจต่างๆ รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในด้านความเชื่อมั่นของผู้ที่อยู่อาศัยในตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งเสนาฯ เองก็ต้องปรับตัวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และประขาชนที่จะเข้ามาเป็นลูกค้าของเสนา
ดังนั้นเสนาฯ จึงได้ชะลองานก่อสร้างออกไปก่อน 6 โครงการ เป็นระยะเวลา 3เดือน เพื่อนำระบบการก่อสร้างที่รองรับแผ่นดินไหว และนำเรื่อง geo fjt+ Mamoru หรือวิธีการเตรียมความพร้อมเพื่อความปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งเป็นหลักคิด geo fjt+ ของฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป พันธมิตร สำคัญของเสนา เพื่อนำมาปรับใช้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยต่างๆ เช่น จัดทำห้องเก็บอุปกรณ์จำเป็นเมื่อเกิดอุบัติภัยต่างๆ ห้องพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคนไข้ฉุกเฉิน การจัดประชุมหารือระหว่างผู้พักอาศัยกับนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรที่เข้มแข็งเพื่อเตรียมรับมือในการป้องกันภัยพิบัติ เป็นต้น
“ แม้ว่าจะชะลอการก่อสร้างออกไป แต่การขายโครงการก็ยังดำเนินการไปตามปกติ ปีนี้จะเปิดทั้งหมด 12 โครงการ โดย6โครงการที่ชะลอก่อสร้าง มีมูลค่า รวม 9,200 ล้านบาท และได้เปิดขายมา 5-6 เดือน ได้แก่ โครงการโคซี่ บีทีเอส สะพานใหม่, โครงการโคซี่ รามฯ 189 สเตชัน, โครงการเสนา คิทท์ สำโรง อินเตอร์เชนจ์, โครงการเฟล็กซี่ ริเวอร์วิว –เจริญนคร, โครงการเฟล็กซี่ เมกะ สเปซ บางนา และ โครงการนิช โมโน บางโพ
“การชะลอการก่อสร้าง 6 โครงการ เพื่อต้องการดูในเรื่องของงานออกแบบและความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ซึ่งเสนาฯ มองว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับลูกค้าในเรื่องความปลอดภัยของตัวอาคารและไม่กระทบรายได้เพราะขณะนี้เสนามีสินค้าในพอร์ตพร้อมขายได้3-5ปี ส่วนการปรับเป้าหมายใหม่ขอรอดูความชัดเจนในทุกๆด้านก่อน”
นอกจากนี้ ได้นำโนว์ฮาวและพัฒนาเครื่องมือ และกลไกที่จะเข้ามาไปช่วยเหลือลูกบ้านในเคสการแก้ปัญหาต่างๆ ยกระดับการให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น รวมถึงปรับเปลี่ยนแผนการทำตลาด และแนวทางการก่อสร้างสำหรับโครงการที่กำลังจะก่อสร้างใหม่ เพื่อมาพิจารณาการออกแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และยังคงเดินหน้าในการนำนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเงินให้กับผู้บริโภคให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้
อย่างไรก็ตาม พอร์ตทางธุรกิจเสนา มีทั้งแนวสูงและแนวราบ สามารถช่วยในการสนับสนุนการรักษาระดับการเติบโตทางธุรกิจ และไม่กระทบกับรายได้อย่างแน่นอน ควบคู่ไปกับการใช้นวัตกรรมทางการเงิน เพื่อที่อยู่อาศัย ในรูปแบบเช่าออมบ้าน LivNex และ RentNex Subscription มาช่วยสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านได้ง่ายขึ้น แม้ว่าไทยต้องเผชิญกับมาตรการของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศปรับขึ้นภาษีศุลกากร เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 37% มองว่าอาจกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือ 2 ปี เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการเจรจาว่าประเทศไทยมีแนวทางในการเจรจากับสหรัฐอเมริกามากน้อยเพียงใด หากการเจรจาไม่ได้ข้อยุติประเทศไทยก็ต้องพบกับกำแพงภาษีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ประกอบการบางรายเริ่มขายที่ดินให้กับดีเวลลอปเปอร์รายอื่นๆ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอะไรบ้างอย่าง และเชื่อว่าจะเห็นภาพอย่างนี้มากขึ้น และอาจเริ่มเห็นผู้ประกอบการบางรายเริ่มปรับพอร์ตธุรกิจที่ไม่ได้เป็นตลาดผู้ซื้อเพียงอย่างเดียว และมีการจับมือกับพาร์เนอร์บริษัทต่างชาติมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจให้เกิดความมั่นคง
ดร.เกษรา กล่าวว่า จากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ทำให้เสนาฯ นำแนวคิดของเรื่อง geo fjt+ Mamoru หรือวิธีการเตรียมความพร้อมเพื่อความปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งเป็นหลักคิด geo fjt+ ของฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป เพื่อนำมาปรับใช้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยต่างๆ เช่น จัดทำห้องเก็บอุปกรณ์จำเป็นเมื่อเกิดอุบัติภัยต่างๆ ห้องพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคนไข้ฉุกเฉิน การจัดประชุมหารือระหว่างผู้พักอาศัยกับนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรที่เข้มแข็งเพื่อเตรียมรับมือในการป้องกันภัยพิบัติ เป็นต้น
“ที่ผ่านมาเสนาฯ มองว่าเมืองไทยไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นมาแล้ว เสนาฯ จึงได้นำแนวคิด geo fjt+ Mamoru มาปรับใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยต่างๆ ในกรณีเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว หรือเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดและอาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต”
นอกจากนี้ ยังได้จัดทำ “คู่มือป้องกันแผ่นดินไหว” ฉบับภาษาไทย ซึ่งได้แปลจากภาษาญี่ปุ่น เพื่อนำไปแจกจ่ายเป็นข้อมูลคู่มือในการปฏิบัติในช่วงที่อาจเกิดความกังวลในช่วงเวลานี้ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมในเรื่องการเตรียมตัวก่อน-ระหว่าง-หลังเกิดภัย เพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ลูกบ้านเสนาและผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด “คู่มือป้องกันภัยพิบัติ” ฉบับภาษาไทย ได้ที่ https://bit.ly/3XJjMUj
“จากสถานการณ์แผ่นดินไหว เสนาฯ ได้รับความสียหายในเรื่องงานด้านสถาปัตยกรรม เช่น ผนังร้าว ขณะที่งานโครงสร้างตัวอาคารไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งได้มีการส่งทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งสิ้น 108 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 62 โครงการ และแนบราบ 46 โครงการ”
ทั้งนี้ เสนาฯ ยังได้จัดทำมาตรการเร่งด่วนSENA ‘S Protocol เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกบ้านทุกโครงการของเสนาที่ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งออกเป็น 3 มาตรการเร่งด่วนรับมือแผ่นดินไหว ดังนี้ 1. สร้างความมั่นใจ เร่งตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน โดยทีมเสนาฯ และทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ (Third Party) โดยเฉพาะการตรวจสอบอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอาคารที่สร้างแล้วเสร็จ ซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่าไม่มีปัญหาด้านโครงสร้างทั้งโครงการแนวสูงและแนวราบ และสามารถดำเนินการก่อสร้างสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และสามารถเข้าพักอาศัยได้สำหรับโครงการที่แล้วเสร็จ
2. ตรวจสอบเชิงลึกเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ดำเนินการตรวจสอบห้องพักและพื้นที่ส่วนกลาง โดยลูกบ้านสามารถแจ้งปัญหาผ่านทางแอปพลิเคชัน SEN PROP ซึ่งจะทำการรวบรวมข้อมูลและปัญหาของลูกบ้าน เพื่อนำมาสู่งานประกันและงานซ่อมได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น และ 3.แก้ไข โดยดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านกล่องที่ชื่อว่าแจ้งปัญหาที่เกิดจากแผ่นดินไหว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงานซ่อมแซมในส่วนที่ได้รับความเสียหายร่วมกับพาร์ทเนอร์ และผู้เกี่ยวข้อง
ดร. เกษรากล่าวว่า ส่วนการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวด ทำให้การเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ยากขึ้น และลูกค้าถูกปฎิเสธสินเชื่อ และเพื่อ เป้าหมายให้คนไทยได้มีบ้าน ทางเสนา จึง ได้ทำโครงการ LivNex และ RentNex คือโครงการให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อเช่าอยู่ก่อน 3ปี และเสนาจะให้คำปรึกษาและวางแผนทางการรเงินให้กับผู้เช่าเพื่อให้3ปีไปยื่นกู้แล้วได้รับการอนุมัติ ซึ่งจะวางแผนและให้คำปรึกษา ทั้งหมด LivNex และ RentNex จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการกระตุ้นยอดขาย ที่มีความมั่นใจได้ว่า จะก่อให้เกิดการโอนได้ในอนาคต ขณะนี้มีสัญญาจาก LivNex จำนวนกว่า 1,000 ยูนิต ซึ่งยอดขาย LivNex จะสามารถทยอยเปลี่ยนเป็นยอดโอนกรรมสิทธิ์ได้ภายในเวลา 3 ปี นับจากนี้ “ ปัจจัยบวกของธุรกิจอสังหาคือดอกเบี้ยที่ลดลง เพราะจะทำให้ความสามารถผ่อนดีขึ้นเช่น ทุกวันนี้กู้เงิน 1 ล้านบาท ต้องผ่อนจ่ายเดือนละ 6,500บาท หากดอกเบี้ยลดลงจะจ่ายเพียงเดือนละ 4,000 – 5,000 บาท เชื่อว่าผู้บริโภคก็ยังจ่ายได้อยู่ ”

อย่างไรก็ตาม เสนาฯ มองว่ารูปแบบการขายที่อยู่อาศัย และรูปแบบที่ลูกค้าให้มูลค่าเพิ่ม (Value-added ) หลังจากนี้อาจจะเปลี่ยนไป โดยผู้บริโภคจะหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่ในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยจะต้องดูว่าผู้บริโภคจะเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อมาเป็นการเช่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ภัยพิบัติเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้ซื้อ และสภาพเศรษฐกิจด้วย
นอกจากนี้ในส่วนของแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการขยายโครงการนั้น ปีนี้จะทยอยลดพอร์ตหนี้หุ้นกู้ลง เพราะมองว่าตลาดหุ้นกู้ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนชำระ แต่ หุ้นกู้ของเสนา ยังได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนที่นี้ ซึ่งขณะนี้พอร์ตหนี้หุ้นกู้ลดลงมาเหลือ 7,000 ล้านบาท จากก่อนหน้าประมาณ10,000 ล้านบาท
