📌MTS GOLD แม่ทรายงาน ทิศทางราคาทองคำ ยังคงมีแนวโน้มขาขึ้น (UP Trend) และทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แนะนำนักลงทุนระมัดระวังแรงเทขายทำกำไร รอย่อซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว แบ่งขายทำกำไรเป็นรอบๆ ภาพรวมเชิงเทคนิคยังคงไม่มีสัญญาณกลับตัว โดยมีกรอบแนวรับ ที่ 2,280 เหรียญ และมีแนวต้านที่ 3,380 เหรียญ ในส่วนของราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 51,900 บาท/บาททองคำ และมีแนวต้านระยะสั้นที่ 52,500 บาท/บาททองคำ ยังคงแนะนำให้ซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว

ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ทะลุระดับ 3,300 เหรียญ และทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 3,357 เหรียญ การปรับตัวขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะของทองคำที่เปลี่ยนไปเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก
โดยจีนได้แสดงท่าทีตอบโต้สหรัฐอเมริกาด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการสูงถึง 125% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน การเจรจาทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศยังคงไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ง่ายๆ ในส่วนของนโยบายการเงินนั้น ประธานเฟด ยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังในการดำเนินนโยบาย และคาดว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมครั้งถัดไป จากความกังวลการปรับขึ้นกำแพงภาษีของสหรัฐและจีนอาจส่งผลให้ราคาสินค้าโดยทั่วไปปรับตัวสูงขึ้น
ในขณะที่ตลาดการอื่นๆ เช่น ตลาดหุ้นและตลาดน้ำมันดิบ ยังคงเผชิญกับความผันผวนและแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ รวมถึงสงครามการค้าอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของค่าเงินบาท ยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยปรับตัวจากระดับ 33.59 บาท/ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 32.12 บาท/ต่อดอลลาร์ และมีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นได้อีกในอนาคต จากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ ที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี แตะระดับ 99 จุด โดยภาพรวมแล้ว ราคาทองคำยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก
นอกจากนี้และล่าสุดเมื่อวานนี้ กองทุนทองคำ SPDR ซื้อเข้าเพิ่ม4.02 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 957.17 ตันภาพรวมเดือนเมษายน ซื้อสุทธิ 23.79 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 84.65 ตัน
