SME ไทยเริ่มใช้ดิจิทัลมากขึ้น แต่ยังติดข้อจำกัด – สสว.ชี้รัฐต้องเร่งสนับสนุนให้ถึงมือจริง

Categories : Update News, Economy

Public : 23/04/2025

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยผลสำรวจแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของธุรกิจ SME ประจำปี 2568 พบว่า ผู้ประกอบการไทยเริ่มปรับตัวมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการตลาด แต่ยังต้องการแรงหนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านองค์ความรู้ การสนับสนุนทางการเงิน และการเข้าถึงเครื่องมือที่เหมาะสม

ผลสำรวจชี้ SME ไทยกว่า 80% เริ่มใช้ดิจิทัลในงานบริการและการตลาด

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า การสำรวจในครั้งนี้ครอบคลุม SME จำนวน 2,704 รายจาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยใช้แนวทาง Digital Maturity Model (DMM) ซึ่งแบ่งระดับความก้าวหน้าของการใช้เทคโนโลยีออกเป็นหลายระดับ

ผลที่ได้พบว่า SME ไทยส่วนใหญ่เริ่มขยับจากการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ไปสู่การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และโปรแกรมบริหารจัดการธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงลูกค้าและทำตลาดมากขึ้น โดย กว่า 81% ใช้เทคโนโลยีในด้านบริการและการตลาด เช่น ช่องทางชำระเงินดิจิทัล หรือการใช้แชทบอต (Chatbot) สื่อสารกับลูกค้า ส่วนอีกร้อยละ 11 เริ่มใช้ AI และอีกร้อยละ 8 นำเทคโนโลยีมาช่วยในกระบวนการผลิต

อย่างไรก็ตาม ระดับการใช้งานเทคโนโลยียังอยู่ที่ขั้นเริ่มต้น (1.0–2.0) เท่านั้น จากระดับสูงสุดที่ 4.0

เจาะลึก 5 เสาหลักของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (5 Pillars)

การประเมินการใช้ดิจิทัลของ SME ไทย แบ่งเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่

    1. การจัดหาวัตถุดิบและซัพพลายเชน
      ธุรกิจเริ่มเปลี่ยนจากการสั่งของผ่านโทรศัพท์หรือการเจอหน้ามาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง

    2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์
      ธุรกิจขนาดเล็กใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการออกแบบโลโก้หรือบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางเริ่มพัฒนาเองในรูปแบบภาพ 2D หรือ 3D

    3. การจัดการกระบวนการผลิต
      ยังใช้แรงงานคนร่วมกับเครื่องจักรพื้นฐานเป็นหลัก มีเพียงบางส่วนที่เริ่มใช้ระบบอัตโนมัติ เช่น ERP หรือเครื่องจักร AI

    4. การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
      มีการใช้โซเชียลมีเดียและ CRM มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า สื่อสาร และเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม

    5. การบริหารจัดการธุรกิจ
      SME ทุกขนาดยังใช้เครื่องมือพื้นฐาน เช่น Microsoft Office และระบบ POS เพื่อจัดการสต็อกหรือข้อมูลลูกค้า

แรงผลักดันสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขัน

จากผลสำรวจ ปัจจัยที่ทำให้ SME ต้องปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลมากที่สุด คือ

    • ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง (38%)

    • การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น (29%)

    • ความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพหรือลดต้นทุน (23%)

อย่างไรก็ตาม SME ไทยยังติดขัดหลายเรื่อง เช่น งบประมาณที่จำกัด โดยเฉพาะการใช้ซอฟต์แวร์ต่างประเทศที่มีราคาสูง ความยากในการวัดผลลัพธ์จากเทคโนโลยีใหม่ และการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ทางเทคนิค

สสว. แนะภาครัฐต้องเร่งส่งเสริมทักษะและช่วยเหลือให้ถึง SME จริง

แม้ภาครัฐมีโครงการช่วยเหลือหลายรูปแบบ แต่กลุ่มตัวอย่างมองว่ายังไม่ครอบคลุมหรือไม่สามารถนำไปใช้จริงได้อย่างเต็มที่ สสวจึงเสนอว่า ภาครัฐควรเน้นการสร้างทักษะให้ผู้ประกอบการ ควบคู่กับการสนับสนุนทางการเงิน และการเปิดโอกาสให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

ในส่วนของ สสว. เอง พร้อมให้การสนับสนุนผ่านโครงการ “โค้ช SME” และระบบ BDS (Business Development Service) ซึ่งเปิดให้ผู้ประกอบการเข้ารับคำปรึกษา อบรม หรือพัฒนาธุรกิจโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ผู้สนใจสามารถเข้าใช้งานหรือค้นหาโค้ชได้ที่เว็บไซต์
👉 https://coach.sme.go.th
หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร ทั่วประเทศ หรือ Call Center สสว. โทร. 1301