แผ่นดินไหวฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯมี.ค.วูบจับตาท่องเที่ยวชะลอตัวแนะรัฐบาลเร่งแก้ไขฟื้นความเชื่อมั่น

Categories : Update News, Economy

Public : 23/04/2025

 ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค.68 รูดลงเหลือ 91.8 จากแผ่นดินไหว ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลง ส่งผลกระทบภาคการท่องเที่ยวชะลอตัว และสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมอัตรา 25% จี้รัฐเร่งเยียวยาและจัดทำแผนรับมือ ส่วนสหรัฐฯ เลื่อนการเจรจาทีมไทย เชื่อว่าไทยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของสหรัฐฯ

 

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 91.8 ปรับตัวลดลงจาก 93.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นผลมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อก (Aftershock) ส่งผลความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวและการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม ในอัตรา 25% ที่มีผลเมื่อ 12 มีนาคม 2568 ทำให้การส่งออกไปสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักชะลอตัวลง ซึ่งในปี 2567 ไทยมีการส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียม คิดเป็น 18.16% และ 13.29% ของการส่งออกทั้งหมด

 

ส่วนภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มชะลอตัวลง จากนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดหลักที่ลดลงโดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ลดลง44.92% และมาเลเซีย ลดลง 16.57% ลดลงจากความกังวลด้านความปลอดภัย และการเข้าสู่ช่วงถือศีลอด

   

การส่งออกรถยนต์ก็ปรับลดลง จากการชะลอคำสั่งซื้อของประเทศคู่ค้า เพื่อรอความชัดเจนในนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในวันที่ 2 เมษายน 2568 โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ยอดการส่งออกลดลง 8.34% จากช่วงเดียวกันปีก่อน กระทบอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ รวมไปถึงกำลังซื้อในภูมิภาคยังคงเปราะบาง

 

ส่วนปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาทิ การผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (เกณฑ์ LTV) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดภาระค่าพลังงานลงรวม 1บาท/ลิตรในกลุ่มน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล และการจัดงานมอเตอร์โชว์ จะช่วยกระตุ้นยอดขายอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ

     

ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ กล่าวว่า ดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงเช่นกัน อยู่ที่ระดับ 95.7 ลดลงจาก 97.6 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงห่วงกังวลในเรื่อง มาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้ทางภาษี (Reciprocal Tariff) กับทุกประเทศที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ

 

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ เลื่อนพบทีมเจรจาการค้าไทยที่นำทีมโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในวันที่ 23 เม.ย.นี้ หากมองในแง่ดี แสดงว่าไทยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของสหรัฐฯ ช่วยให้ไทยมีเวลาในการเตรียมตัวในการเจรจาเพิ่มเติม ส่วนกระแสข่าวการปรับ ครม. เชื่อว่าจะส่งผลกระทบบ้างต่อการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

 

อย่างไรก็ดี ส.อ.ท.เสนอแนะต่อภาครัฐ ดังนี้ คือให้ภาครัฐเร่งบูรณาการความร่วมมือในการจัดทำแผนรับมือเหตุแผ่นดินไหวและมีระบบการตรวจสอบความปลอดภัยในการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน, เร่ง เปิดตลาดต่างประเทศเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้ารวมทั้งเร่งเจราจาความร่วมมือ FTA Thai-EU เพื่อสร้างโอกาสในการส่งออก และเสนอให้ภาครัฐออกมาตรการเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมในประเทศไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (S-Curve และ New S-Curve) เช่น มาตรการทางภาษี เงินอุดหนุนในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ รวมทั้งการปรับลดค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น.