ออโรร่า เปิดแผน 3 ปี โตไม่ยั้ง!! ปั้นพอร์ต “ ทองมาเงินไป” แต่ 20,000 ล้านบาทจาก 7,500 ล้านบาทสิ้นปีนี้ หวังสค้าง สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก ธุรกิจนี้ 40% จาก20% เพื่อโครงสร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพ !! มองทองยังขาขึ้น สินทรัพย์ปลอดภัยยามโลกมีความเสี่ยง “ทรัมป์”นโยบายชักเข้าชักออก!

Categories : Update News, Stock Market, Wealth

Public : 25/04/2025

ออโรร่า เปิดแผน 3 ปี โตไม่ยั้ง!! ปั้นพอร์ต “ ทองมาเงินไป” แต่ 20,000 ล้านบาทจาก 7,500 ล้านบาทสิ้นปีนี้ หวังสค้าง สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก ธุรกิจนี้ 40% จาก20% เพื่อโครงสร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพ !! มองทองยังขาขึ้น สินทรัพย์ปลอดภัยยามโลกมีความเสี่ยง “ทรัมป์”นโยบายชักเข้าชักออก! 

นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ผู้นำในธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ เครื่องประดับอัญมณี และธุรกิจสินเชื่อทองมาเงินไป ด้วยการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องแบบครบวงจร เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ภายในงานแถลงแผนธุรกิจ 3 ปี (2568–2570) ภายใต้แนวคิด “Exponential Expansion” ชูยุทธศาสตร์การเติบโตแบบก้าวกระโดดทุกมิติ โฟกัส 2 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ Gold Jewelry Business และ Gold Financing Business เดินหน้าสู่การเป็น “ผู้นำธุรกิจร้านทองของประเทศไทย” อย่างเต็มรูปแบบ  

โดย ธุรกิจ Gold Jewelry Business พร้อมขยายไปยังโอกาสใหม่ๆ วางแผนขยายเครือข่ายสาขา ภายใต้แบรนด์ AURORA, เซ่งเฮง, ทองมาเงินไป, AURORA Diamond และ ของขวัญ by AURORA ครอบคลุมฐานลูกค้าทุกเพศทุกวัยทั่วประเทศ จา 488 แห่ง ในปี 2567  ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาแตะ 644 สาขาในปี 2568 และมุ่งสู่ 1,070 สาขา ภายในปี 2570 นอกจากนี้ โอกาสในการขยายธุรกิจสู่แบรนด์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเตรียมขยายไปยังกลุ่มทอง 18K ไข่มุก และจิวเวลรี่อื่นๆ รุกสินค้ากลุ่มไฮมาร์จิ้น เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง พร้อมมองหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่ด้วยเป้าหมาย “ส่งมอบของขวัญแห่งความสุขที่มีคุณค่า” รวมทั้ง เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างต้นทุน ด้วยกลยุทธ์กับคู่ค้าเพื่อลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มอัตรากำไร

สำหรับ ธุรกิจ Gold Financing Business เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจธุรกิจขายฝากทอง ภายใต้แบรนด์ทองมาเงินไป ให้เติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง ในปี 2567 มีบัญชีลูกหนี้ขายฝาก (ARbalance) ณ สิ้นงวด ปี 2567 อยู่ที่ 4,881 ล้านบาทวางเป้าในปี 2568 อยู่ที่ 7,500 ล้านบาท สู่การเติบโต 20,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 พร้อมยกระดับประสบการณ์ผ่านระบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น และเพิ่มบริการถึงหน้าบ้าน (Delivery) ทั่วประเทศ ตอกย้ำการเป็นมากกว่าร้านทอง แต่เป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภค สร้างประสบการณ์ใหม่ และเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

 “ การขยายงานธุรกิจด้านนี้เพื่อกระจายรายได้และลดความเสี่ยง จากราคาทองที่ผันผวน และวางเป้าปี 70 สัดส่วน กำไรขั้นต้นจากธุรกิจนี้จะอยู่ที่ 40% จาก20% ในปัจจุบันส่วน ธุรกิจทองแบบดั้งเดิม(ค้าปลีกทองคำ) จะลดจาก 60% เหลือ 44% และ  ไฮมาร์จิ้นจะลดจาก 20% เหลือ 16% และอนาคตหากบริษัทต้องการเติบโตอาจตัดสินใจแยกออกมาระดมทุนต่อไป“

 

AURA มั่นใจว่าแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีนี้จะเป็นจังหวะทองของการเร่งเครื่องธุรกิจ โดยบริษัทมีการวางแผนด้านเงินทุน เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัท พร้อมทั้ง ออกหุ้นกู้วงเงิน 2,000 ล้านบาท ในปี 2568  รองรับการขยายทั้งในธุรกิจสินเชื่อ ต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน AURA ได้ออกหุ้นกู้ระยะสั้นเป็นครั้งแรก และปรสบความสำเร็จในการขยายพอร์ตสินเชื่อทองมาเงินไปเติบโตราวเท่าตัว หนุนผลงาน  All Time High ในปี 2567 รายได้รวมอยู่ที่ 33,153.9 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิ 1,134.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.5% จากปีก่อน พร้อมตั้งเป้าปี 2568 ภาพรวมรายได้จะเติบโตต่อเนื่อง และรักษาอัตรากำไรให้เติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ไม่กังวลกับปัจจัยราคาทองที่มีการปรับเพิ่มขึ้น หรือลดลง เนื่องจากมีกลยุทธ์ที่สามารถทำกำไรได้ทั้งจากขาขายออก และรับชื้อเข้าจากลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และรูปแบบให้เหมาะสมกับช่วงทิศทางราคาทองขณะนั้นนายอนิพัทย์ กล่าว

วันนี้ AURA เป็นผู้นำร้านทองแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ สินเชื่อ และที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับทิศทางราคาทองคำยังมองว่าเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง2ปีนับจากนี้เพราะทองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวน เศรษฐกิจถดถอย และยุค ทรัมป์ ที่นโยบายไม่แน่นอน ชักเข้าชักออก