ไทยจะเริ่มบังคับใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) สัดส่วน 1% สำหรับเที่ยวบินไปยุโรป เพื่อรองรับข้อกำหนดของ EU ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณาเพื่อเตรียมออกเป็นข้อบังคับในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568
ทั้งนี้ ปัจจุบันราคา SAF สูงกว่าราคาเชื้อเพลิง JET A-1 ประมาณ 3 เท่า อาจส่งผลต่อต้นทุนสายการบินราว 1-2% ทุกๆ การบังคับใช้สัดส่วน SAF 1% แต่จะช่วยลดการปล่อย CO2 ได้ 80% เมื่อเทียบกับการใช้เชื้อเพลิงปกติ
ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิต SAF จากวัตถุดิบหลากหลายชนิด เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว ขยะชีวมวล เศษวัสดุทางการเกษตร ก๊าซชีวภาพจากของเสีย เป็นต้น ซึ่งหากได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจะมีส่วนช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมาก
