คนไทยรักสุขภาพ!!! ดันยอดใช้จ่ายด้านฟิตเนส สปอร์ต ผ่านบัตร KTCโตพุ่งเฉลี่ยเดือนละ20% หรือวงเงินใช้จ่าย400 ล้านบาท

Categories : Update News, Finance

Public : 22/05/2025

คนไทยรักสุขภาพ!!! ดันยอดใช้จ่ายด้านฟิตเนส สปอร์ต ผ่านบัตร KTCโตพุ่งเฉลี่ยเดือนละ20% หรือวงเงินใช้จ่าย400 ล้านบาท คาดทั้งปียอดใช้จ่ายมีสัดส่วน10% ของพอร์ตรวมทั้งหมด -จับมือสมิติเวช เสวนา “สุขภาพดี การเงินแกร่ง รับมือวิกฤต!! พร้อมมอบสิทธิพิเศษ!!

บมจ.บัตรกรุงไทย(KTC) จับมือโรงพยาบาลสมิติเวช จัดเสวนา “ สุขภาพดี การเงินแกร่ง รับมือวิกฆต” โดย

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต หมวดสุขภาพและความงาม บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ผู้บริโภรยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต และ มีการใช้จ่ายที่สะท้อนเป้าหมายชีวิตในระยะยาวมากกว่าการบริโภคเพื่อความสะดวกชั่วคราว โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด  จะเห็นว่า ยอดการใช้จ่ายผ่ายบัตรในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ และ จำนวนสมาชิกที่ใช้บัตรต่างเติบโตมากขึ้นกว่า 50%

“ชัดเจนมากว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในเรื่องของ ฟิตเนส การซื้ออุปกรธ์เพื่อการออกกำลังกายโตต่อเนื่องสวนภาพรวมเศรษฐกิจ และต่อเดือนโตเฉลี่ย20% หรือมีวฃเงินใช้จ่ายด้านนี้300-400 ล้านบาท ”

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 KTC  คาดว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรในเรื่องสุขภาพจะโต10% ของพอร์ตรวมทั้งหมด และได้ วางกลยุทธ์จะขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรสุขภาพให้มากขึ้นทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพื่อสร้างการรับรู้ และ เข้าถึงกลุ่มสมาชิกเคทีซี และ ผู้บริโภคให้มากที่สุด ซึ่งเคทีซีได้จับมือกับพันธมิตรในกลุ่มโรงพยาบาล ฟิตเนส รวมถึงผู้จำหน่ายอุปกรณ์ออกกำลังกาย และ เทคโนโลยีสวมใส่(Wearable Devices) เพื่อตอบรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการดูแลสุขภาพของตัวเอง และ ครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุ 20-29 ปี มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ทั้งในกลุ่มโรงพยาบาล สปอร์ตและฟิตเนส ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการที่คนหันมาสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพเร็วขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย

นอกจากนี้เป็นข้อสังเกตุที่น่าสนใจว่า ลูกค้ามีการชะลอการใช้จ่ายในส่วนของโรงพยาบาลลง 6-7% จากปกติจะมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า เกิดจาก มาตรการ Copay ment ของธัรกิจประกันที่เริ่มใช้หรือไม่

นายอภิเชษฐ์ เกียรติวรคุณ CFA  ผู้อำนวยการ - การเงิน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ในยุคที่เศรษฐกิจเปราะบางจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามการค้าและภาวะดอกเบี้ยขาลง ผู้บริโภคไทยจำเป็นต้องมีการวางแผนชีวิตที่รอบด้านทั้งในเรื่องการเงิน สุขภาพและจิตใจ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น คนไทยมีพัฒนาการด้านความรู้ทางการเงินดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการคิดก่อนซื้อและการออม แต่สิ่งที่ควรเพิ่ม คือ การวางแผนเกษียณในระยะยาวและแผนรับมือกับเหตุฉุกเฉิน

ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ากว่า 80% ของคนไทยยังไม่มีแผนเกษียณที่ชัดเจน มีภาระหนี้สิน และ สิ่งสำคัญที่อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนอาจมองข้าม คือ การมีโรคประจำตัวเรื้อรังที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการดูแลรักษา

“ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน ผู้บริโภค และ สมาชิกเคทีซีจึงจำเป็นต้องวางแผนด้านการเงิน และ สุขภาพอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น สำหรับวัยทำงานควรเริ่มต้นจากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตั้งเป้าหมายทางการเงินตามสูตร 50-30-20 หรือ 60-20-20 มีเงินสำรองฉุกเฉิน และ ลงทุนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของตนเอง รวมถึงฝึกวินัยทางการเงินผ่านระบบออมอัตโนมัติ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และ ทบทวนแผนทุก 6 เดือน”นายอภิเชษฐ์ กล่าว

สำหรับทางเลือกเพื่อพิจารณาในการลงทุนเพื่อการออมรับมือเศรษฐกิจปี 2568 ในกล่มหุ้น (Selective Underweight) ควรเน้นกลุ่มสาธารณูปโภค สินค้าอุปโภคและสุขภาพ หรือเลือกลงทุนในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีตลาดกระจายหลายประเทศมากกว่าที่มีการกระจุกตัวของตลาด เน้นหุ้นบริโภคในประเทศที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ลดหุ้นส่งออกไปสหรัฐฯ โดยเฉพาะที่ไม่มีสิทธิยกเว้นภาษี ตราสารหนี้ เพิ่มน้ำหนักพันธบัตรรัฐบาลระยะกลางและระยะยาว เลี่ยงตราสารหนี้เอกชนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ และ ลดการถือพันธบัตรอิงเงินเฟ้อจากแนวโน้มเงินเฟ้อต่ำ

ส่วนทองคำสามารถค่อยๆ เพิ่มการลงทุนระยะยาวเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยแนะนำถือทองในรูปแบบ USD รับมือค่าเงินบาทผันผวน หรือ เข้าชื้อแบบทยอยเพื่อเฉลี่ยต้นทุน

"ความหวังเศรษฐกิจไทย เรามอง 3 ด้าน อย่างแรก คือ ปัจจัยภายนอก คือ เรื่องภาษีของสหรัฐ เพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจ และ ธุรกิจให้มีความผันผวน โดยเฉพาะภาคส่งออก ในขณะที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนก็หายไป และ ชะลอตัวลง ซึ่งภาครัฐ และ เอกชน ต้องหาแนวทาง หรือ ส่งเสริม เพิ่มศักยภาพให้ดีขึ้น เพราะภาคท่องเที่ยวคิดเป็น 10% ของจีดีพีไทย อย่างที่สอง คือ ปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการเงิน และ การคลัง ต้องเดินไปด้วยกัน มาตรการภาครัฐที่จะออกมาจะกระตุ้นระยะสั้น แต่อยากให้เกิดการลงทุนเพื่อเป็นมาตรการระยะกลาง และ ระยะยาว ส่วนดอกเบี้ยนโยบาย ก็คาดว่าจะลดลง 2 ครั้ง จากปัจจุบัน 1.75% จะเหลือ 1.25% ในครึ่งแรกของปี 69 และ สุดท้าย คือ โครงสร้างที่ต้องแก้ไข เพราะอายุเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้น เราต้องชดเชยด้วยการพัฒนาทักษะ"นายอภิเชษฐ์ กล่าว

บัตรเคทีซีไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการใช้จ่าย แต่เป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยให้สมาชิกใช้เงินอย่างมีการวางแผน มีเป้าหมายและมีความรับผิดชอบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างเข้าใจ เพื่อให้สมาชิกเคทีซีได้ใช้ชีวิตที่มีคุณภาพอย่างที่ต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการใช้จ่าย จากใช้เพื่อความสะดวก เป็นใช้เพื่อคุณภาพชีวิสำหรับสมาชิกเคทีซีที่ต้องการใช้บริการรับคำปรึกษาสุขภาพเชิงป้องกันผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยี หรือดูแลรักษาสุขภาพที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพกับเคทีซีมายาวนาน สามารถรับโค้ดส่วนลด SMVxKTC  มื่อรับบริการปรึกษาแพทย์ที่ Samitivej Wearable Clinic มูลค่า 800 บาท (ไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล) และชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิตเคทีซีผ่านแอปWell by Samitivej ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568นอกจากนี้สมาชิกบัตรเคทีซียังจะได้รับส่วนลด 10% สำหรับค่าห้อง และรับเครดิตเงินคืนไม่จำกัด เมื่อใช้บริการด้านสุขภาพต่างๆ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช และมียอดใช้จ่ายตามกำหนด ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://bit.ly/43ajCZd

หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนดจะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี