BGRIMเตรียมจับมือพันธมิตรต่างชาติลงทุนธุรกิจ Data Center ในไทยไตรมาส 3
Categories : Update News, Stock Market, ESG News
Public : 23/05/2025บี.กริม เพาเวอร์ลั่นไตรมาส3นี้ได้ข้อสรุปร่วมทุนพันธมิตรต่างชาติลงทุนธุรกิจ Data Center ในไทย ส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 2/68 วูบจากไตรมาสก่อนเหตุวันหยุดเยอะ โอดนโยบายภาษีทรัมป์กระทบลูกค้า IU ที่ส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ฉุดการใช้ไฟฟ้าหด
นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและบัญชี บริษัทบี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน)หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่การเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติเพื่อทำธุรกิจ Data Center ในประเทศไทย คาดว่าได้ข้อสรุปในไตรมาส 3/2568
ขณะเดียวกัน บริษัทได้มีการเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data Center ที่สนใจต้องการซื้อไฟฟ้า 2-3 ราย โดยบริษัทมีลูกค้ากลุ่ม Data Center ในนิคมฯอยู่แล้ว และมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 5-10 เมกะวัตต์ในปีนี้
"ขณะนี้บริษัทเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data center จะเข้ามาซื้อขายไฟกับบริษัท โดยลูกค้ามีความสนใจที่จะตั้งกิจการในประเทศไทย หลังจาก BOI ให้การส่งเสริม ขณะเดียวกันนิคมฯ อมตะ ที่มีการขยาย 6,000 ไร่ จะมีลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามาในระบบเช่นเดียวกัน" นางสาวศิริวงศ์ กล่าว ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 2/2568 บริษัทจะมีลูกค้าอุตสาหกรรม(IU)รายใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 25 เมกะวัตต์ จากปีนี้ที่ตั้งเป้า IU ไว้ 40-50 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาส 2 จะมีวันหยุดมากกระทบดีมานด์ไฟฟ้าในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ทำให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 นี้ปรับลดลงจากไตรมาส 1/2568
อย่างไรก็ตามภาพรวมทั้งปี 2568 บริษัทมีกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามา 400-500 เมกะวัตต์ มาจากโครงการ โซลาร์ฟาร์มในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ รวมถึงโครงการพลังงานลมที่เกาหลี อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อู่ตะเภา (เฟส 1) 18 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม KOPOS 20 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ "อินทรี บี.กริม" 80 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา "จงเช่อ รับเบอร์" ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง 35 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา "386" 27.5 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ "ARECO" 65 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง "Nakwol 1" 365 เมกะวัตต์
สำหรับงบลงทุนในปีนี้ บริษัทตั้งไว้ประมาณ 1-1.2 หมื่นล้านบาท ใช้ขยายโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เกาหลี ฟิลิปปินส์และไทย ขณะเดียวกันบริษัทยังมีดีลการเข้าซื้อกิจการ (M&A)จำนวน 2-3 โครงการ มีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 400-600 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการ
"ในปี2568 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มการเติบโตชะลอตัวลงจากนโยบายการปรับขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ บริษัทประเมินผลกระทบจากลูกค้า(IU) ในนิคมฯที่ได้มีการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 5% ของพอร์ต ซึ่ง BGRIM คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากกลุ่มลูกค้าIU ราว 5-10% เมื่อเทียบกับปี 2567 แต่ก็มีปัจจัยบวกจากราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับ SPP ลดลงเหลือ 320-340 บาทต่อล้านบีทียู โดยปีนี้ คาดว่าจะมีลูกค้าใหม่ที่ใช้ไฟในนิคมฯเพิ่มขึ้น 40-50 เมกะวัตต์ โดยในไตรมาส 2/2568 นี้จะเข้ามา 25 เมกะวัตต์ ชดเชยกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงเนื่องจากมีวันหยุดมาก".
