กสิกรไทย หนุนลูกค้าปรับตัวรับโลกผันผวน ลุยปล่อยกู้กรีนโลน 2 แสนล้านบาท
Categories : Update News, Finance, ESG News
Public : 28/05/2025ธนาคารกสิกรไทย เผยโลกเผชิญความท้าทาย-ผันผวน ชี้อยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “FEAR” แนะ 3 ปัจจัยเผชิญหน้าผ่านพายุแปรปรวน พร้อมหนุนลูกค้าปรับตัวผ่านสินเชื่อกรีนโลนหลังปล่อยกู้แล้ว 1.5 แสนล้านบาท จากเป้า 2 แสนล้านบาท เดินหน้า 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงาน งานฟอรั่มแห่งปี EARTH JUMP 2025: Transition Thru Turbulence ว่าปัจจุบันโลกเผชิญกับหลากหลายปัญหา และความท้าทายจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น หรือการเข้ามาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี เป็นต้น. ซี่งสร้างผลกระทบในวงกว้างจะมากน้อยขึ้นอยู่กับธุรกิจหรือการปรับตัวของแต่ธุรกิจ
โดยภาพรวมแล้วความไม่แน่นอน-ความผันผวนที่เกิดขึ้น ทำให้เราอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า FEAR ซึ่งการตอบรับก็มีหลายรูปแบบ อย่างบางคนอาจจะเป็น Forgot Everything and Run คือลืมแล้วหนีไป แต่บางคนอาจจะ Face Everything and Rise คือเผชิญหน้ากับปัญหา ซึ่งในการที่เผชิญหน้ากับปัญหาก็ต้องมีใน 3 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่
1.Health Check คือการสำรวจตนเองให้ชัดเจนเพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่ดีอยู่แล้ว-สิ่งที่ต้องปรับปรุง
2.Commitment คือการตั้งเป้าหมายในที่จะทำให้สำเร็จ อย่างกรณีของธนาคารกสิกรไทยได้สำรวจการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.2 หมื่นตัน และตั้งเป้าหมายเป็น Net Zero ในปี 2573 ขณะที่พอร์ตรวมของลูกค้าธนาคารที่มีจำนวนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าของธนาคาร กว่า680 เท่าซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนให้ลูกค้าเปลี่ยนผ่านการเข้าสู่การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงโดยมีเป้าหมายการสนับสนุนด้านการเงินและการเป็นที่ปรีกษาการเปลี่ยนผ่านด้วย
3.Solution เครื่องมือที่จะขับเคลื่อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนถ่าย สู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งจะไม่ใช่แค่เรื่องของสินเชื่อเท่านั้น. ธนาคารยังได้ตั้ง KBANK Climate Solution เพื่อเป็นอีโคซิสเต็มส์ด้วย และในส่วนของสินเชื่อ Green Loan ของธนาคารกสิกรไทยได้ตั้งเป้าหมายไว้ในระดับ 1-2 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันมียอดปล่อยกู้แล้ว 1.5 แสนล้านบาท และธนาคารมีความพร้อมให้วงเงินเพิ่มเติม ทั้งนี้ เพื่อให้การเปลี่ยนถ่ายไปสู่ Net Zero อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น การจัดงานวันนี้ “EARTH JUIMP 2525 ” กสิกรมีความตั้งใจให้ความรู้และแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อช่วยให้ทุกคนผ่านความแปรปรวน ผ่านพายุนี้ไปอย่างมีประสิทธิภาพ
“เราเชื่อว่าด้วยความตั้งใจและ Solution ต่าง ๆ จะช่วยให้ทั้งเราและลูกค้าสามารถเผชิญหน้ากับปัญหา-ความท้าทายต่าง ๆ และพร้อมที่จะลุกขึ้นและเดินหน้าต่อไปได้ หรือ FEAR ที่ย่อมาจาก Face Everything and Roar เผชิญหน้าแล้วลุกขึ้น พร้อมที่จะเกิดใหม่เหมือนนกฟีนิกซ์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายและชัยชนะร่วมกันในอนาคต”
นายพิพิธ เอนกนิธิ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายใต้เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของ ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งตั้งเป้าหมายแตะระดับ 2 แสนล้านบาท ภายในสิ้นปี 2568 ล่าสุดยอดปล่อยสินเชื่อสะสมจนถึงไตรมาสที่ 1/2568 ได้แตะ 1.5 แสนล้านบาทแล้ว และมีโอกาสสูงที่จะ “ใกล้เคียง” หรือ “แตะกรอบ” ตามเป้าเร็วกว่าแผน ขึ้นอยู่กับการประกาศแผนลดคาร์บอนระดับประเทศหรือ NDC 3.0 (Nationally Determined Contribution) ที่จะเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญทั้งต่อภาคการเงิน อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะของประเทศ

ทั้งนี้ การปล่อยสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสีเขียว (Green Transition Financing) ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีนโยบาย แต่ต้องอาศัยความพร้อมจาก “ทั้งระบบนิเวศ” โดยเฉพาะใน 4 เงื่อนไขหลัก ได้แก่ 1.ต้นทุนเทคโนโลยีต้องต่ำลง เช่นเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่ราคาถูกลงมาก 2.มีบุคลากรหรือ “Talent” รองรับ ต้องมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากเจ้าของเทคโนโลยี
และ 3.มีเงินทุน (Financing) ที่เข้าถึงง่าย ต้นทุนต่ำ 4.ไม่มีอุปสรรคจากนโยบายรัฐ เช่นไม่มีภาษีหรือข้อกีดกัน
ดังนั้น เมื่อองค์ประกอบทั้ง 4 ข้อนี้ “พร้อม” จึงสามารถเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มสินเชื่อเดิม เช่น ถ่านหิน ไปสู่พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์ฟาร์ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การจัดสรรสินเชื่อใหม่ในกลุ่มที่เปลี่ยนผ่านได้จริง
สำหรับ 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเป็นจิ๊กซอว์เปลี่ยนผ่านใหญ่ โดยธนาคารเริ่มต้นจาก 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงในการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ 1.Power & Coal (พลังงานและถ่านหิน) 2.Oil & Gas (น้ำมันและก๊าซ) 3.Cement (ซีเมนต์) และ 4.Controlled Sectors (อุตสาหกรรมที่มีการควบคุมการปล่อยมลพิษ)
โดยในอนาคตจะมีการขยายไปยัง “มอเตอร์” 2 กลุ่ม ได้แก่ Aluminium และ Automotive รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นที่เริ่มมีความพร้อม เช่น เคมีภัณฑ์และอาหาร
