ธอส. มั่นใจผลจากมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ดันยอดให้กู้ตามเป้าปีนี้ที่ 2.41แสนล้าน 

Categories : Update News, Finance

Public : 03/06/2025

ธอส.” เผยผลงาน 5 เดือนแรก ปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 8 หมื่นล้านบาท พุ่ง 30.75% ครองแชมป์ Market Share 42.8% มั่นใจสิ้นปีผลงานฉลุยตามเป้าหมาย 2.41 แสนล้านบาท

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนของปี 2568 (..- 25 ..) ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วกว่า 8 หมื่นล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 30.75% และคิดเป็น 35% ของเป้าหมายในปีนี้ ที่ตั้งไว้ที่ 2.41 แสนล้านบาท โดย ธอส. ยังคงครองแชมป์สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) 42.8%

ทั้งนี้ ณ ไตรมาส 1/2568 แม้ว่าจะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งมองว่าจะส่งผลกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้น โดยยอดการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียน ของ ธอส. ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนว่าประชาชนยังคงเชื่อมั่นและต้องการที่อยู่อาศัย สวนกับตลาดและเศรษฐกิจ  ทำให้คาดว่าในปี 2568 ธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมายที่ 2.41 แสนล้านบาท

 

ทั้งนี้ มีปัจจัยบวกมาจากการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำที่หลากหลายและตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การประกาศใช้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลในการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท และการผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราวของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทั้งหมดเป็นปัจจัยบวก ที่ทำให้เชื่อมั่นว่าในช่วง 7 ที่เหลือของปีนี้ ธอส. จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย

                ตั้งเป้าหมายคุมหนี้เสียไม่เกิน 5%

สำหรับแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ มั่นใจว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 5% จากเป้าหมายที่ 5.13% โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4.95% โดย ธอส. ได้มีการสำรองหนี้เสียส่วนเกินมากพอสมควร  โดยแนวทางการบริหาร NPL จะเน้นแก้หนี้เสียเองเป็นหลัก ส่วนลูกหนี้กลุ่มที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ (SM) นั้น ในปีนี้มีทิศทางที่ดีกว่าปีก่อนมาก สะท้อนจากภาพรวม 4 เดือนของปี 2568 (..-เม..) พบว่าปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก มาจากมาตรการในการให้ความช่วยเหลือที่ธนาคารเร่งผลักดันออกมา ซึ่งช่วยเรื่องระยะเวลาการผ่อนให้ยาวขึ้น ส่งผลให้ยอดผ่อนต่องวดลดลง ซึ่งส่งผลดีกับลูกหนี้กลุ่ม SM เป็นอย่างมาก

 

ขณะที่ภาพรวมกำไรในปี 2568 ชะลอตัวลงเล็กน้อย จากภารกิจหลักของ ธอส. ที่ไม่ได้มุ่งเน้นกำไรแต่มุ่งเน้นการช่วยเหลือให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองดังนั้นแนวโน้มดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยของธนาคารจึงอยู่ในระดับต่ำรวมถึงการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านมาตรการบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

 

กรรมการผู้จัดการ ธอสง กล่าวต่อว่า  ธอส. จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อและมาตรการช่วยเหลือลูกค้าของ ธอส. อย่างเต็มที่ หลังจากได้รับมอบนโยบายจากกระทรวงการคลัง ซึ่ง ธอส. ได้จัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2568 ประกอบด้วย

 

                     

 

                      (1)    สินเชื่อบ้าน Premier Home : หนุนกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัยวงเงินตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไป ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ขยายตัวดีขึ้น กรอบวงเงิน 3,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้น 1.79% ต่อปีกรณีลูกค้าที่มีความประสงค์ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA / MLTA) หรือฟรีค่าจดจำนองสูงสุด 200,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดนาน 40ปี

                      

                       (2)    มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ (DC3) : ช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่ม SM เพื่อเป็นการลดจำนวน NPL ให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างแรงจูงใจให้ลูกหนี้ ของธนาคารที่ยังคงได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจให้สามารถผ่อนชำระหนี้เงินกู้ให้ธนาคารต่อไปได้ โดยลูกค้ากลุ่ม SM ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี จะได้รับความช่วยเหลือเดือนที่ 1 – 6 คิดอัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 0% ต่อปี โดยผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาทต่อเดือน เดือนที่ 7 - 9 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90 % +100 บาท และเดือนที่ 10 -12 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 3.90 % +100 บาท กรณีลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี)

                     

                      (3)   สินเชื่อซ่อม - แต่ง และสินเชื่อซ่อมแต่ง Plus : เพิ่มเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อส่งผลบวก ต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่มีการผ่อนชำระหนี้เงินกู้กับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และมีประวัติการผ่อนชำระที่ดีสม่ำเสมอทุกเดือนไม่น้อยกว่า 12 เดือน กรอบวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ให้กู้เพิ่ม รวมวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท / ราย โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.00% ต่อปี และอีก 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 3  เท่ากับ 1.99% ต่อปี และปีที่ 4 – 5 เท่ากับ 3.50% ต่อปี สำหรับลูกค้าปัจจุบัน ของธนาคารที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อปรับปรุง ต่อเติม หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อาทิ รีโนเวทบ้านใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ หรือติดตั้ง Solar Roof  ยื่นกู้ง่าย ๆโดยไม่ต้องจดทะเบียนการจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน

 

                     (4สินเชื่อ Pre Finance Premium : เพิ่มวงเงินสินเชื่อพัฒนาโครงการ (Pre Finance) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ สำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ทำเลที่มีศักยภาพ 27 จังหวัด ที่ต้องการซื้อที่ดิน ก่อสร้างอาคาร พัฒนาสาธารณูปโภค และค้ำประกันที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดทำโครงการ อัตราดอกเบี้ยปีแรก เท่ากับ 3.90% ต่อปี ปีที่ 2 เท่ากับ 4.40% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 4.60% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.30% ปีที่ 4 - 5 เท่ากับ MLR (อัตราดอกเบี้ย MLR ของ ธอส. ปัจจุบัน เท่ากับ 6.10%)

นายกมลภพ ยังกล่าวอีกว่า ธอส. มีแนวทางในการดำเนินงานของธนาคารในอนาคตตามโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ ที่มุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Bank) โดยเน้นให้ความสำคัญกับการมีที่อยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ ของลูกค้ากลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้สูงอายุรองรับสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่รองรับสังคมสูงวัยอาทิ

 

(1)    โครงการบ้าน ธอส. สร้างสุขเพื่อผู้สูงวัย ปี 2568 อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.90% ต่อปี เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.50% กู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ 40 ปี ผ่อนชำระเริ่มต้น 4,600 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เพื่อต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมบ้านตามแบบบ้านผู้สูงอายุ และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ ในการอยู่อาศัย

(2) โครงการสินเชื่อ Aging Home ปี 2568 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 10 ปี เท่ากับ 4.25% ต่อปี กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้น 4,000 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยต้องกู้ร่วมกับบุตรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป รวมระยะเวลากู้สูงสุด 70 ปี เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย ซ่อมแซม ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น (รีไฟแนนซ์) ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมกับการขอกู้ ในวัตถุประสงค์หลักและชำระหนี้พร้อมรีไฟแนนซ์

(3)    โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage : RM) สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปี แต่ไม่เกิน 80 ปี สามารถนำที่อยู่อาศัยของตนเองที่ปลอดจำนองมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ โดยไม่พิจารณารายได้ของผู้กู้ วงเงินให้กู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 10 ล้านบาท กรณีที่ดินพร้อมอาคาร ให้กู้ไม่เกิน 50% ของราคาประเมิน ที่ดินและอาคาร กรณีห้องชุด ให้กู้ไม่เกิน 30% ของราคาประเมินห้องชุด อัตราดอกเบี้ย 6.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลาการให้กู้สูงสุดไม่เกิน 25 ปี