ธ.ก.ส.รอคลังเคาะตัดหนี้เกษตรกรสูงวัย ตั้งเป้าคุม NPL ปีนี้ไม่เกิน 5.5%

Categories : Update News, Finance

Public : 13/06/2025

 “ธ.ก.ส.” รอคลังสรุปความชัดเจนแฮร์คัตหนี้เกษตรกร อายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ก่อนชง ครม. พิจารณา แจงมีราวหมื่นบัญชี วงเงิน 4-5 พันล้านบาท พร้อมเดินเครื่องคุม NPL ตั้งเป้าทั้งปีกดไม่เกิน 5.5%

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรสูงอายุ หรือกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 70 ปี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแฮร์คัทหนี้เกษตรกร ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานข้อมูลกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอน  วิธีการที่ชัดเจน

 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีลูกค้าที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาหนี้เอ็นพีแออยู่ราวหมื่นบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ราว 4,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะต้องรอให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนดให้ชัดเจน โดยเฉพาะนิยามของคำว่า “หนี้เรื้อรัง” ว่าผู้ที่เข้าข่ายแฮร์คัตตามแนวทางนี้จะมีเกณฑ์เป็นอย่างไร แต่หลักคือต้องเป็นหนี้ที่ปิดจบไม่ได้

     

“เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน เพราะลูกหนี้ของ ธ.ก.ส. บางรายมีหลายบัญชี บางบัญชีมีหลักประกัน บางบัญชีเป็นการค้ำประกันแบบกลุ่ม บางบัญชีค้ำประกันแบบบุคคล บางรายมี 10 บัญชี ก็ต้องไปดูอีกว่ามีบัญชีหนี้ดีกี่บัญชี และหนี้เสียกี่บัญชี ตอนนี้นโยบายยังไม่ได้สรุปออกมาชัดเจนว่าจะแฮร์คัตให้ลูกหนี้กลุ่มอายุเท่าไหร่ แต่ ธ.ก.ส. ได้เตรียมข้อมูลลูกหนี้กลุ่มอายุ 70 ปี ที่มีสถานะเป็นหนี้เรื้อรังเอาไว้ แต่การแฮร์คัต หรือการตัดหนี้สูญนี้ หลักการของมูลค่าหลักประกัน คือ รัฐจะต้องเสียหายน้อยที่สุด ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ก็ต้องมาดูว่าหากเป็นหนี้ที่มีหลักประกันธนาคารจะดำเนินการอย่างไร หากเกิดความเสียหายต่อธนาคาร คลังในฐานะเจ้าสังกัดจะพิจารณาอย่างไร” นายฉัตรชัย กล่าว

 

ส่วนภาพรวมการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. นั้น ปัจจุบัน มียอดสินเชื่อคงค้าง 1.67 ล้านล้านบาท โดยในปีบัญชี 2568 (เม.ย.68-มี.ค.69) ธนาคารมีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 3-5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ NPL ปัจจุบันอยู่ที่ 5.31% โดยแนวโน้มในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หนี้เสียปรับตัวเพิ่มขึ้นต่ำกว่าแผน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยังดำเนินการอยู่ และการพัฒนาระบบติดตามหนี้ รวมถึงลูกค้าเริ่มมีการปรับพฤติกรรมการชำระหนี้ ส่วนทั้งปีบัญชี 2568 ประเมินว่า NPL ของธนาคารจะอยู่ที่ราว 5.5% บวกลบ ซึ่งยืนยันว่างบดุลของธนาคารสามารถรองรับได้

 

ทั้งนี้ ปัจจัยที่เป็นความท้าทายของ ธ.ก.ส. คือ ความสามารถในการชำระคืนหนี้ เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าเกษตรกรมีอายุเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ลูกหลานไม่ได้อยู่ในภาคการเกษตร รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตที่ยังเป็นยุคเก่า ทำให้ไม่เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสิ่งที่ธนาคารเร่งดำเนินการ คือการส่งเสริมเกษตรกรผ่านการยกระดับเป็น smart farmer และ young smart farmer เพื่อยกระดับการผลิตภาคเกษตรเพื่อให้สามารถผลิตได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น เช่น 1 ฤดูกาลผลิตระยะสั้น (4 เดือน) สามารถสร้างมูลค่าได้ 8 หมื่นบาท ตรงนี้จะเท่ากับการทำงานของปริญญาตรีที่อยู่ในเมือง เป็นต้น