บอร์ด AOT เคาะตั้งคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองแก้ปัญหา “คิงเพาเวอร์ ” พร้อมนัดเจอหน้า KPD พรุ่งนี้!! – ต่อปีรับรายได้จากคิงเพาเวอร์ กว่าหมื่นล้าน!!!
Categories : Update News, Stock Market
Public : 16/06/2025บอร์ด AOT เคาะตั้งคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองแก้ปัญหา "คิงเพาเวอร์ "ร่อนหนังสือยื่น7ข้อเจรจาลดค่าฟรี ร้านค้าปลอดอากรในท่าอากาศยาน พร้อม จ้างที่ปรึกษาจากสถาบันอุดมศึกษา ของรัฐ 2 ราย เพื่อศึกษาทางเลือกในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดในทุกๆ ประเด็น ข้อกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน และการบริหารธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์ข้อจำกัดทั้งหมดของสัญญาและ ทางออก ที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ใน 60 วันก่อนเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาต่อไป!! เร่งด่วนนัดเจอคิงเพาเวอร์บ่าย17มิ.ยนี้คุยแบบเห็นหน้า
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการ ผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า ผลประชุมคณะกรรมการ บริษัทท่าอากาศยานไทย(AOT) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.68 ซึ่งมีนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ AOT เป็นประธานที่ประชุมได้เร่งรัดให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT และจ้างที่ปรึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเพื่อศึกษาทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT โดยเร็ว

โดยที่ปรึกษาจะศึกษาประเด็นด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน และการบริหารธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์ข้อจำกัดของสัญญาเดิม รวมถึงเสนอแนวทางที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 60 วัน ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการฯเพื่อพิจารณาต่อไป ส่วนการคัดเลือกที่ปรึกษาคาดว่าจะมีความชัดเจนไม่เกิน 2 สัปดาห์
อย่างไรก็ตามเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าตอนนี้คือการ นัดเจอกับ KPDในวันที่ 17มิ.ย เพื่อเจอกันแบบเจอหน้าครั้งแรกเพราะที่ผ่านมาอ่านกันตามตัวหนังสือที่ส่งมาและในจดหมายที่ตั้งมานั้น จั่วหัวเรื่องของเลิกสัญญาแต่ในเนื้อของจดหมายนั้น มี 7 ข้อที่ขอเจรจากับ AOTซึ่งการเจอกันก็อยากรับทราบและคุยกันเบื้องต้นก่อน ส่วนการเจรจาตามสัญญาจริงๆนั้นจะเกิดขึ้นหลัง AOTได้รับผลการศึกษาจาก มหาลัยรัฐที่จะว่างจ้างให้มาศักษา ซึ่งปัจจุบัน คิงเพาเวอร์ จะยังคงต้องจ่ายผลตอบแทนตามสัญญาตามเดิมในรูปแบบ Minimum Guarantee ซึ่งสูงกว่าการจ่ายแบบ Revenue Sharing อัตรา 20% ของรายได้
ทั้งนี้ AOT จะหารือร่วมกับ KPD ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามค่าตอบแทนที่ KPD ค้างชำระอยู่นั้น ยังไม่เกินวงเงินค้ำประกัน (Bank Guarantee) ที่ KPD วางไว้เป็นหลักประกันตามหลักเกณฑ์ในสัญญา ซึ่งถือเป็นหลักประกันทางการเงินของคู่สัญญาในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด
รักษาการ ผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า รายได้จากร้านดิวตี้ฟรีของคิงเพาเวอร์มีสัดส่วน 17% ของรายได้รวม 63,000 ล้านบาทในปี 67 หรือมีมูลค่ากว่า 1หมื่นล้านบาท ของ AOT ถือว่ามีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ แต่หากมีการยกเลิกสัญญาร้านดิวตี้ฟรีทั้งหมดจริง AOT ก็สามารถยึดแบงก์การันตีที่ครอบคลุมหนี้ค้างจ่ายของคิงเพาเวอร์ได้ และสถานะการเงินของ AOT ก็ยังแข็งแรงดี
นอกจากนี้ AOT ขอยืนยันว่าบริษัทยังมีสถานะทางการเงินมั่นคงแข็งแรงและยังมีแผนหารายได้เพิ่มจากแหล่งอื่นๆ เช่น รายได้จากค่าใช้บริการระบบไฟฟ้า 400 Hz ระบบปรับอากาศ PC AIR โครงการผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่นๆที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3 และการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์โดยรอบท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ที่จะก่อให้เกิดรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue) ซึ่ง AOT ยืนยันว่ายังคงมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับรองรับโครงการลงทุนในอนาคตและการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินขององค์กร
"ถ้าตีความจากหนังสือที่ (คิงเพาเวอร์) ส่งมา เขาอยากขอเจรจาหลักการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ ก็ดูเป็น case by case ถ้าตรงไหนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากต้นสัญญาเดิม ถ้าตกลงกันได้เราก็ไปกันต่อ ถ้าตกลงไม่ได้ก็ยกเลิกสัญญาในครั้งนี้เราจะไปยกเลิกไหมในฐานะเป็นรักษาการ ยังไม่สามารถตอบได้ต้องให้คณะกรรมการพิจารณาข้อดีข้อเสียก่อนที่จะยกเลิก"นางสาวปวีณา กล่าว
นางสาวปวีณา กล่าวว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของงวดปี 68 (ต.ค. 67-เม.ย.67) ท่าอากาศยานทั้งหมดภายใต้การบริหารของ AOT มีจำนวนผู้โดยสาร 79.12 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.6% แบ่งเป็นผู้โดยสารต่างชาติ 48.71 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.9% และผู้โดยสารในประเทศ 26.08 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.1%ส่วนเที่ยวบินเติบโต 12.1% เป็น 481,000 เที่ยวบิน
ขณะที่บริษัทตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดในงวดปี 68 (ต.ค.67-ก.ย.68) เพิ่มเป็น 129 ล้านคน จากงวดปี 67 ที่มีจำนวนผู้โดยสาร 119 ล้านคน
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจการบิน (Aero) 54% และจากธุรกิจที่ไม่ใช่การบิน (Non-Aero) 46%
บริษัทยังมีแผนขยายรายได้ส่วนอื่น ได้แก่ โครงการพัฒนาที่ดินบริเวณโดยรอบสนามบินที่คาดว่าเอกชนจะเริ่มทยอยเข่ามาลงทุนตั้งแต่เดือน ต.ค.68 ทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม Logistic Park คลังสินค้า สถานที่คัดแยกสินค้า เป็นต้น รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้ไทยเป็น Aviation Hub ได้แก่ ศูนย์ฝึกอบรมนักบิน ซึ่ง AOT ได้ร่วมมือกับสำนักงานการบินพลเรือน ศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) หรือเพิ่มทางเลือกให้กับชาร์เตอร์ไฟลท์ เฮลิคอปเตอ เป็นต้น รวมถึงการเพิ่มผู้ให้บริการภาคพื้นดิน และคาร์โก้ รายที่ 3 ที่อยู่ระหว่างการรประมูล คาดว่าภายใน ก.ค.นี้จะรู้ผล จากนั้นจัดเตรียมสัญญา แล้วนำเสนอครม.อนุมัติต่อไป
