BAM จับมือ วี บียอนด์ จัดทำโครงการ “บ้านสร้างตัว “ คัดทรัพย์กว่า 7,000 รายการ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

Categories : Update News, Property

Public : 23/06/2025
 

BAM จับมือ วี บียอนด์ จัดทำโครงการ “บ้านสร้างตัว “ คัดทรัพย์กว่า 7,000 รายการ มารีโนเว ปรับปรุงบ้าน Smart home ประหยัดพลังงาน ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท พร้อมจับมือ 2 แบงก์รัฐ ปล่อยสินเชื่อ แย้มมีแผนจับมือพันธมิตรเพิ่มเร่งระบายสินทรัพย์ หนุนเป้าผลเรียกเก็บหนี้ปีนี้ 1.78 หมื่นล้านบาท

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ บริษัท วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) หรือ VBeyond เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) มูลค่า 5,000 ล้านบาท หรือประมาณ 7,000 รายการ เพื่อนำไปปรับปรุง รีโนเวท ให้เป็น  Smart home  มีนวตกรรมทันสมัย และ ประหยัดพลังงาน ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขายในราคายูนิตละไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งกระจายอยู่ในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ในขณะเดียว BAM จะเจรจากับธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อให้แคมเปญพิเศษด้านสินเชื่อกับลูกค้าด้วย

 

" เงื่อนไขเบื้องต้น  BAM  จะให้VBeyond  คัดเลือกทรัพย์ไปปรับปรุงรีโนเวทขาย กำหนดภายใน 12  เดือน ถ้าหากยังขายไหม่หมด ทาง จะรับซื้อไว้เอง  ทำให้เราไม่มีความเสี่ยง และสร้างเร่งระบบสินทรัพย์ได้มากขึ้น " ดร.รักษ์กล่าว

 

 อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าปัจจุบันจะมีอัตราการปฎิเสธสินเชื่อ 50 %  แต่จะให้ลูกค้าที่ซื้อบ้านผ่อนกับโครงการก่อน 12 -24  เดือนเพื่อสร้างเครดิตก่อนที่จะไปยื่นของสินเชื่อกับธนาคาร พาณิชย์   ในขณะเดียวกันจะเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อผ่อนปรนให้ช่วงแรกผ่อนเงินต้นมากกว่าดอกเบี้ยด้วย

 

ทั้งนี้ VBeyond มีความสนใจในทรัพย์ประเภท บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ที่นำไปพัฒนาแล้วมีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 8,310 รายการ มูลค่าราคาประเมิน 25,001 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ 4,667 รายการ มูลค่าราคาประเมิน 7,565 ล้านบาท และห้องชุดพักอาศัย ซึ่ง BAM มีอยู่ถึง 4,787 รายการ มูลค่าราคา ประเมิน 4,265 ล้านบาท โดย VBeyond จะทยอยรีโนเวท และนำเสนอขาย คาดว่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาส 3 หรือประมาณเดือน ก.ค.นี้

นอกจากนี้ BAM ยังมีแผนเร่งขายสินทรัพย์ NPA ด้วยการจับมือกับพันธมิตร(NPA Partnership) ในอนาคตตามความเชี่ยวชาญ โดยแบ่ง กลุ่มพัฒนาสินทรัพย์ขนาด 5- 7 ล้านบาท และกลุ่มพัฒนาที่ดินเปล่า หรือเรียกว่า NPA Partnership เพื่อให้พันธมิตรนําไปพัฒนา ปรับปรุง-รีโนเวท และเพิ่มมูลค่า ทั้งบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และที่ดิน

โดยเร็วนี้การจับมือกับบริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA เพื่อเร่งระบายสินทรัพย์ในอัตรายูนิตละ 5-7 ล้านบาท และจับมือกับบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไซมิส แอนด์ เวลธ์ จำกัด เพื่อเข้ามาพัฒนาสินทรัพย์ที่เป็นที่ดินเปล่า เพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าสินทรัพย์

ทั้งนี้ปัจจุบัน BAM มีทรัพย์สินรอการขายอยู่ในความดูแลกว่า 24,000 รายการ ราคาประเมินกว่า 74,000 ล้านบาท ซึ่งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประกอบไปด้วยที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อพาร์ทเม้นท์ เป็นต้น

ดร.รักษ์กล่าวว่า BAM มีนโยบายที่จะเร่งผลักดันทรัพย์ให้เร็วมากขึ้น จากเดิมสินทรัพย์NPA จะมีระยะเวลาถือครองประมาณ 7-8 ปี กว่าจะขายได้ แต่หลังจากที่เรามีพันธมิตรเข้ามาเพิ่ม จะช่วยเร่งให้ระบายทรัพย์ได้ไวขึ้นเหลือการใช้เวลาเพียง 3-4 ปี ซึ่งจะทำให้ BAM มีกระแสเงินสดหมุนเวียน รองรับ การเข้าไปซื้อทรัพย์ ทั้งNPL และ NPA สถาบันการเงินที่จะออกมาเพิ่มในอนาคต" ดร.รักษ์ กล่าว

ด้านดร.วรเดช รุกขพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) หรือ VBeyond เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะคัดเลือกทรัพย์สินรอการขายจาก BAM ทั้งประเภท บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ เพื่อนํามารีโนเวทใหม่ ซึ่งเราตั้งชื่อว่าโครงการ “บ้านสร้างตัว” แนวคิดคือ การนําบ้านใหม่ หรือบ้านมือ 2 มารีโนเวทพร้อมอยู่อาศัย โดยใส่นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพิ่มเข้าไป เช่น ระบบ Smart home โซลาร์เซลล์ ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานต่างๆ

ทั้งนี้ทำให้ลูกค้ามีโอกาสเข้าถึงบ้านคุณภาพในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่อนเริ่มต้นหลักพันต่อเดือน ในช่วงระยะ 3 ปีแรก อีกทั้งยังมีวงเงินสินเชื่อสูงสุด 110% ของหลักประกัน โดยเริ่มจากพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และขยายสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักเฟสแรกในกลุ่มข้าราชการและพนักงานที่มีเงินเดือนประจํา และในเฟสที่ 2 สําหรับ กลุ่มประชาชนทั่วไปหรือราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

"มูลค่าสินทรัพย์ NPA จาก BAM เราจะนำมาจำหน่ายประมาณ 7,000 ยูนิต ซึ่งเบื้องต้นคิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ 5,000 ล้านบาท แต่คาดว่าหลังจากรีโนเวทจะผลักดันมูลค่าขายได้เป็น 10,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มจำหน่ายได้ในช่วงก.ค.นี้ ในราคายูนิตละไม่เกิน 3 ล้านบาท" ดร.วรเดชกล่าว