หุ้นน้ำมัน!!!ช่วยพยุงดัชนี หุ้นไทยเช้านี้เปิดตลาดไม่ลงลึกมากนัก โดยลดลงเพียง10จุด จากปัจจัยช่วยพยุงทั้งตลาดหลักทรัพย์ออกประกาศปรับเกณฑ์หุ้นขึ้น-ลงเหลือ 15%ชั่วคราว สงครามทำราคาน้ำมันพุ่ง หุ้นPTTEPและภาพรวมโครงสร้างตลาดหุ้นไทยที่หุ้นพลังงาน มีสัดส่วนเกือบ 20%ช่วยค้ำยันตลาด
Categories : Update News, Stock Market
Public : 23/06/2025หุ้นน้ำมัน!!!ช่วยพยุงดัชนี หุ้นไทยเช้านี้เปิดตลาดไม่ลงลึกมากนัก โดยลดลงเพียง10จุด จากปัจจัยช่วยพยุงทั้งตลาดหลักทรัพย์ออกประกาศปรับเกณฑ์หุ้นขึ้น-ลงเหลือ 15%ชั่วคราว สงครามทำราคาน้ำมันพุ่ง หุ้นPTTEPและภาพรวมโครงสร้างตลาดหุ้นไทยที่หุ้นพลังงาน มีสัดส่วนเกิน 20%ช่วยค้ำยันตลาด ด้านบอร์ดไฟเขียวยกมารการก่อนกำหนดได้!!!

ตลาดหุ้นไทยเปิดซื้อขายในช่วงเช้าวันที่ 23มิถุนายน 2568 ที่ระดับ 1057.50จุดลดลง 10 จุดและล่าสุดก็ยังเคลื่อนไหวในระดับนี้
นอกจากนี้หากดูจาก10อันดับหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดนั้นจะพบว่า มีหุ้น PTTEPเท่านั้นที่บวก โดยราคาซื้อขายที่ 112บาทบวก 2บาทหรือ 1.82%เพราะจะเป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่จะพุ่งสูงขึ้นจาก ภัยสงคราม !!
อีกทัั้ง การที่ดัชนีลงไม่มาก ส่วนมาก มาจากการทำงานเชิงรุกของตลาดหลักทรัพย์ ที่ออกประกาศปรับเกณฑ์ซื้อขายชั่ววคราว ให้หุ้นขึ้นลงได้ 15%ก้อนที่จะตลาดจะเปิดซื้อขายในวันนี้ โดยเกณฑ์นี้จะใช้ระหว่างวันที่ 23-27มิถุนายน2568 และเป็นการใช้เกณฑ์นี้เป็นครั้งที่2ในรอบปีนี้ !!!
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยในงานแถลงข่าว "มาตรการชั่วคราว เพื่อรองรับความผันผวน" ว่าการตัดสินใจออกมาตรการชั่วคราวอย่างการปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor ที่ระดับ 15% จากเดิม 30% และ Dynamic Price Band เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.68) เพราะต้องการให้นักลงทุนมีเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มาจากทั่วโลกซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมง และมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงเปรียบเสมือนการปรับเบรกของตลาดหุ้นไทยให้ตื้นขึ้นชั่วคราว ส่วนมาตรการหรือกลไกอื่นๆที่มีอยู่แล้วก็ยังคงเหมือนเดิม อาทิ เกณฑ์การหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ที่มีมาตลอดอยู่แล้ว
หากดูจากสถานการณ์ช่วงเช้าวันนี้ที่ราคาน้ำมันปรับตัวบวกขึ้นไประดับ 2% ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาค อาทิ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แม้จะปรับตัวลดลง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงมากนัก จึงทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องดูว่ามาตรการที่ใส่เข้าไปวันนี้ยังมีความจำเป็นแค่ไหนและควรจะถอดถอนเร็วแค่ไหน และ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯได้รับมติจากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่าสามารถเพิกถอนมาตรการชั่วคราวได้เร็วกว่าที่กำหนดวันที่ 27 มิ.ย.68 ได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ โดยหากสถานการณ์ไม่มีความจำเป็นหรือตลาดหุ้นไม่ผันผวนรุนแรงถึงกรอบที่ตั้งไว้ ตลาดหลักทรัพย์ฯก็พร้อมยกเลิกมาตรการชั่วคราวดังกล่าว
ขณะที่ยืนยันว่าตลาดหลักทรัพย์ฯยังไม่ได้มีแผนที่จะห้ามการขายชอร์ต (Short Sell) ซึ่งความตั้งใจคืออยากให้กลไกของตลาดดำเนินได้โดยปกติและไม่ได้ปิดโอกาสนักลงทุนทุกภาคส่วน โดยมองว่าทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วมาก ซึ่งข่าวหรือข้อมูลข่าวสารที่ออกมาก็มีทั้งข้อมูลที่จริงและไม่จริง โดยหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯคือช่วยเป็นตัวช่วยกรองและสื่อสารข่าวทั่วโลกในวันนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งอยากจะฝากบอกนักลงทุนทุกท่านต้องใจเย็น เพราะสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลกต้องนำมากลั่นกรองก่อนตัดสินใจในการลงทุน
นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมายและ บริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่ายืนยันมาตรการชั่วคราวที่ตลาดหลักทรัพย์ฯออกมาเพื่อลดการแพนิกของตลาด แต่ไม่ได้แทรกแซงการซื้อขาย โดยหากวันนี้หรือพรุ่งนี้ตลาดไม่ผันผวนมาก ตลาดหลักทรัพย์ฯก็สามารถที่จะถอนมาตรการนี้ได้ทันที เพราะบอร์ด ตลท.ได้มอบหมายอำนาจให้ผู้จัดการ ตลท.สามารถจัดการถอนได้โดยไม่ต้องผ่านการประชุมบอร์ด แต่คาดว่าการถอนมาตรการนี้คงไม่แทรกแซงระหว่างทางการซื้อขาย โดยอาจต้องรอหลังตลาดปิดทำการก่อน
อย่างไรก็ตามมองว่าสถานการณ์ช่วงนี้มีปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ยังมีแรงกดดันต่อตลาดอยู่ โดยหากมีความจำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติมก็เป็นอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมบอร์ดในการพิจารณา ซึ่งในปัจจุบันบอร์ดก็ได้เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) วิเคราะห์ว่า วิกฤตน้ำมันจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง การโจมตีโรงผลิตนิวเคลียร์อิหร่านโดยสหรัฐ เมื่อ 22 มิถุนายน 2025 ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นสู่ 77.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และคาดเปิดตลาดที่ 80 เหรียญต่อบาร์เรล สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงหลังรัฐสภาอิหร่านลงมติให้ปิดช่องแคบเฮอร์มุซ ทำให้ความน่าจะเป็นของสถานการณ์วิกฤตเพิ่มขึ้นเป็น 20% ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 130-140 เหรียญต่อบาร์เรล ฉุดเศรษฐกิจไทยชะลอตัวเหลือโต 0.5-1.0%
