โบรกเกอร์แขวนป้าย!!ซื้อหุ้นPTG ไตรมาส2กำไรฟื้น!-กาแฟพันธุ์ไทยพุุ่งทะยานดันมาร์จิ้นนันออยล์โตทะลุเป้าหมาย!!!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 30/06/2025

 โบรกเกอร์ยังคงให้คำแนะนำซื้อ!!  หุ้นPTG   มองแนวโน้มไตรมาส2ดี มาร์จิ้นธุรกิจนันออยล์โดยเฉพาะกาแฟพันธ์ไทยโตพุ่งหนุนรายได้และกำไร    !!! ฝ่าสงครามราคาขายปลีกน้ำมันได้ 

ผ่านมาครึ่งปีแล้ว และวันนี้ 30มิถุนายน คือวันสุดท้ายของงวดครึ่งแรก ปี2568และ วันปิดงวดไตรมาส2ปี2568  เราลองมาดูกันว่า บริษัทหลักทรัพย์เขามีมุมมองอย่างไร กับ การดำเนินธุรกิจของ  บมจ.  พีทีจี เอ็นเนอยี   หรือ PTG !!!!

บล .กสิกรไทย มองว่า  PTG  ยังคงสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดขายปลีกน้ำมันใน  1Q68 ขึ้นเป็น 22.1% จาก 21.9% ใน 4Q67  ซึ่งผู้บริหารคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะต่อเนื่องไปยัง 2Q68  แม้ว่าผู้ค้ารายใหญ่จะเริ่มใช้กลยุทธ์ด้านราคาใน 2Q68 โดยให้ส่วนลดน้ำมันเบนซินประมาณ 0.5–3 บาทต่อลิตร แต่ผลกระทบต่อ PTG ยังมีจํากัด เนื่องจากน้ำมันเบนซินคิดเป็นเพียงประมาณ 25–30% ของปริมาณการขายนน้ำมันทั้งหมด จึงไม่น่่ากระทบต่อ PTG

 นอกจากนี้  ผู้บริหารยังคงมุมมองระมัดระวังต่อธุรกิจน้ำมัน จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอ ซึ่งส่งผลลบต่อยอดขายน้ำมัน

อย่างไรก็ตามในส่วนของ  ธุรกิจ non-oil คาดว่าจะเติบได้แข็งแกร่ง หนุนจากกาแฟพันธุ์ไทยการลดลงทั้ง YoY และ QoQ มีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น, ปริมาณการขายน้ำมันที่ลดลง สะท้อนจากความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่อ่อนแอลง ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าคู่แข่งมีแนวโน้มที่จะไม่ใช้กลยุทธ์ลดราคาน้ำมันดีเซล เพราะจะกระทบต่ออัตรากําไรของธุรกิจน้ำมัน ดังนั้น เราคาดว่า PTG จะสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดขายปลีกน้ำมัน ให้อยู่เหนือระดับ 20% ในปี 2568

ผู้บริหารคาดว่าอัตรากําไรน้ำมันใน 2Q68 จะขยายตัว QoQ จากราคาน ามันดิบที่ลดลง 14% QTD ขณะที่ราคาขายปลีกน ามันดีเซลยังคงทรงตัว QTD อยู่ที่ 31.94 บาทต่อลิตรตั้งแต่เดือน เม.ย. 2568 อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ผู้บริหารคาดว่าอัตรากําไรน้ำมันจะอยู่ในระดับล่างของช่วงปกติราว 1.7–1.8 บาทต่อลิตร

มาร์จิ้นสูงธุรกิจเครื่องดื่ม 

ผู้บริหารยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย โดยตั้งเป้าเปิด 600 สาขาในปี 2568จาก 465 สาขาในปี 2567 เนื่องจากธุรกิจกาแฟยังคงมีความน่าสนใจด้วย GPM ที่แข็งแกร่งราว 50% และการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโตต่อเนื่องมากกว่า 35%

บล.หยวนต้า ระบุว่า   ภาพรวม 1H25 ยังอยู่ในช่วงที่ท้าทายจากปัจจัยมหภาค และการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดรุนแรง

ทั้งนี้ แนวโน้มกำไร 2Q25 ฟื้นตัว QoQ จากปริมาณขายเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น และค่าการตลาดไม่ถูกกดดันจากระดับต่ำเหมือนช่วงเดือนม.ค.

 คงราคาเหมาะสม 8.20 บาท และคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับคาดหวังการฟื้นตัวช่วง 2H25 โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PER 9 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งที่ 13.7 เท่า รวมทั้งความสำเร็จของธุรกิจ Non-oil โดยเฉพาะร้านกาแฟ Punthai จะทำให้คุณภาพของกำไรดีขึ้น (สัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-oil ล่าสุดอยู่ที่ 33%vs ค่าเฉลี่ยปี 2023 -2024 ที่ 25%"

บล เอเซียพลัส ระบุว่า  ส่วนแบ่งการตลาดน้ํามันของ PTG ยังเติบโตขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 22.1% จาก 21.9%ใน4Q68 แม้ปริมาณขายจะลดลง QoQ  แต่ ให้น้ําหนักการเติบโตของกําไรปี 2568 มาจากธุรกิจNon-Oil เป็นหลัก โดยคงเป้าขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทยอีก 600 สาขา และสัดส่วนกําไรขั้นต้นNon-Oil อยู่ที่ 30-35% (1Q68 อยู่ที่ 33%)ขณะที่ธุรกิจ Oil คาดปริมาณขายเติบโตอย่างน้อย 5%yoy

•สําหรับมุมมองภาพรวมปี 2568 คาดสภาวะการแข่งขันในธุรกิจน้ํามันจะทวีความรุนแรงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดน้ํามันที่สูงขึ้นรวมถึงภาครัฐฯคาดยังขาดสภาพคล่องในกองทุนน้ํามัน ประกอบกับราคาน้ํามันปัจจุบันที่ปรับตัวลงแรงจึงคาดอัตรากําไรขั้นต้น/ลิตร

ทั้งปี 2568 ยังมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยปี 2567 และงวด 1Q68 ที่ระดับ1.65 บาท/ลิตร•Outlook 2Q68 คาดกําไรปกติฟื้นตัว QoQ หนุนจากทั้งธุรกิจOil ที่ยอดขายฟื้นตัวตามฤดูกาล และธุรกิจ Non-Oil ที่เห็นการเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายสาขาตามแผน

ฝ่ายวิจัยมองแนวโน้มกําไรปกติระยะสั้น 2Q68 ที่คาดฟื้นตัว QoQ และภาพระยะยาว 1-2 ปีข้างหน้าที่ยังเห็นการเติบโตพร้อมคาดหวัง dividendyield เฉลี่ย 5-6% /ปี

บล.กรุงศรี  มองกำไร  2Q25F ฟื้นq-qตามค่าการตลาดน้ำมันที่ฟื้นมาเหนือ 1.7บาท/ลิตร จากความยืดหยุ่นในการปรับราคาที่มีมากขึ้นหลังกองทุนน ้ามัน (ไม่รวม LPG) เป็นบวก ส่วน y-y ยังลดลงจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น คงมุมมองกำไรจะเร่งขึ้นใน 2H25F ตามค่าการตลาดฯ และรายได้พันธุ์ไทยเติบโตเร่งขึ้น

แนะน ําBuy ที่TP25F = 10.5บําท/หุ้นหากราคาหุ้นมีแรงกดดันจากความกังวล downside ของค่าการตลาดฯ เรามองเป็นโอกาสซื้อรับการเติบโตของรายได้ +23% CAGR ใน 2025-27F หนุนกำไรปกติ +24% CAGR ในช่วงเดียวกัน

ประเมินการแข่งขันในธุรกิจ oil จะไม่ได้ยืดเยื้อจากการเติบโตในภาพรวมของตลาดที่จำกัดรวมถึงผู้เล่นหลัก 3 รายแรกกินส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 90% แล้ว และ การเติบโตของยอดขายพันธุ์ไทยเร่งกว่าการขยายสาขาสะท้อนการตอบรับที่ดีของผู้บริโภค ประกอบกับการขยายสาขาที่เร็วกว่าคาดอาจส่งให้มี upsideFig

" การขยายตัวของพันธุ์ไทย อาจเร่งได้ดีกว่าเป้า  โดยการขยายสาขาอาจทำได้ถึง 800-1,000 แห่ง Vs. เป้าปัจจุบันทีตั้งไว้ 600สาขาใน 2025 (Vs.2024ขยายได้ 465แห่งและ 1Q25 ขยายไป 129 แห่ง) ผู้บริหารมองการเร่งขยายสาขามีวัตถุประสงค์เพื่อชิง location ที่ดีที่สุดให้ได้มากที่สุด แม้ช่วงแรกอาจแบกรับค่าใช้จ่ายที่เร่งขึ้นมาเร็วกว่าจากต้องเตรียมบุคลากร แต่สุดท้ายเมื่อขยายสาขาได้ตามเป้าแล้ว รายได้จะเพิ่มขึ้นมากลบ โดย 1Q25 รายได้และกำไรขั้นต้นพันธุ์ไทย +113.1% และ 120% y-y ตามลำดับ สูงกว่าการขยายสาขา +56% y-y

ทั้งนี้รายได้พันธุ์ไทยเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้รายได้ non-oil +56% y-y สูงกว่าเป้าปี 2025 ที่ตั้งไว้ 40-50% y-y  คงเป้ํา CAPEX 2025 รําว 3,000–4,000ลบ. ธุรกิจ oil ยังมุ่งไปที่การปรับปรุงสาขา เพื่อยกระดับserviceส่วนพันธุ์ไทยเน้นขยายสาขาด้วยตนเอง (COCO 70-80%