ส.ตราสารหนี้หั่นเป้าหุ้นกู้เอกชนปี68เหลือ8แสนล้านหลังครึ่งปีวูบ19

Categories : Update News, Stock Market

Public : 04/07/2025

" Thaibma" หั่นเป้าออกหุ้นกู้ปีนี้เหลือ 8แสนล้านหลังครึ่งปีหดตัว 19% เอกชนเกรดAมีทางเลือก สถาบันการเงินรุมปล่อยสินเชื่อ “ ขณะที่ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อหุ้นกู้ยังซึม พบครึ่งปีขอปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้ 14รายกว่า 1.7หมื่นล้าน

น.ส อริยา ติรณประกิจ รองผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนึ้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า สมาคมได้ปรับลดเป้าหมายการระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ของเอกชน ปี2568ลงเหลือ 8 แสนล้านบาท จากเป้าเดิมที่คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีประมาณ 1 ล้านล้านบาท หลังครึ่งปีแรกภาพรวมหดตัวลง 

ทั้งนี้การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวลด19.3% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว: ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้ระยะยาว) เท่ากับ 398,820 ล้านบาท ลดลง 19.3%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการลดลงของทั้งกลุ่ม Investment Grade และกลุ่ม High Yield

“ การออกหุ้นกู้ลดลงเพราะบริษัทเกรดA  มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินจากที่อื่นโดยเฉพาะสถาบันการเงินที่เข้ามาปล่อยกู้และมีต้นทุนที่ดีกว่า รวมถึง แนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยขาลงทำให้รอในการออกหุ้นกู้ไปก่อน ” น.ส อริยากล่าว 

นอกจากนี้ ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา สมาคมตราสารหนี้ ได้มีการนำเครื่องหมาย มาขึ้นเตือนนักลงทุน ซึ่งที่ผ่านมา ได้ขึ้นเครื่องหมาย RS เพื่อบอกให้นักลงทุนได้รู้ว่า มีหุ้นกู้ที่มีการปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้ ซึ่งปีแรก มี14 บริษัทมูล 1.75หมื่นล้านบาท ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีทีแล้วทั้งปี  มี 17 บริษัท มูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาท 

“ การขอยืดชำระหุ้นกู้หรือปรับโครงสร้าง อาจเกิดจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หรือ การเก็บเงินสดไว้รองรับกับสถานะการ ทางเศรษฐกิจ “

ด้าน ดร.สมจินต์ ศรไพศาลกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) กล่าวว่า การเจรจาภาษีการค้าสหรัฐของไทยที่ยังไม่มีความชัดเจน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่ยุติ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของไทยขยายตัวชะลอลง 

มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัวโดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568 มูลค่าคงค้าง ตลาดตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 17.3 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 93% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 1.1%จาก สิ้นปี 2567 จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลเป็นสำคัญ ในขณะที่มูลค่าคงค้าง ตราสารหนี้ภาคเอกชนลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย32,331 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568:โดยเป็นการขายสุทธิตราสารหนี้ไทย 11,989 ล้านบาทในเดือนมกราคม จากนั้นเป็นการเข้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องในเดือน ก.พ. เม.ย. รวม 79,240 ล้านบาท ก่อนจะพลิกกลับเป็นการขายสุทธิ
ตราสารหนี้ไทยในเดือน พ.ค. - มิ.ย. รวม 34,921 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568 นักลงทุนต่างชาติมีการถือครองตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 9 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.2% ของมูลค่า
คงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวต่ำลง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond Yield) ปรับตัวต่ำลงทั้งเส้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ตามการปรับลดของอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทย 2 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์และเมษายน ส่งผลให้ Bond yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ10 ปี ปรับตัวลดลง 62-70 bps. จากสิ้นปี 2567มาอยู่ที่ระดับ 1.40%, 1.40% และ 1.60% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568
เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวต่ำลงในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล: ในช่วงครึ่งแรกปี 2568 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้รุ่นอายุ 5 ปีของหุ้นกู้กลุ่ม AAA  AA  A และ BBB+ ปรับตัวลดลง 52-93 bps. มาอยู่ที่ระดับ 1.88%2.29%  2.75% และ 3.91% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568
อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มปรับลดลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี: ผลสำรวจจาก ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ราว 1 ครั้ง รวม 0.25% ลงมาอยู่ที่ 1.50% จากปัจจุบันที่ 1.75% สำหรับการคาดการณ์ Bond yield ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า Bond yield ไทยรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี ในช่วงที่เหลือของปี2568 จะขยับตัวลดลงเฉลี่ยราว 5-10 bps. จากสิ้นไตรมาส 2 ปี 2568  จากปัจจัยเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย ภาวะเศรษฐกิจโลกและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ