ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกพลังสร้างระบบนิเวศเอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ-ธปท.เปิดโครงการFinancing the transition 8แบงก์น่วมปล่อยสินเชื่อแสนล้านดอกเบี้ยต่ำปกติ 0.5-1%

Categories : Update News, Stock Market, ESG News

Public : 16/07/2025

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกพลังสร้างระบบนิเวศเอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ชี้ข้อมูลสภาพภูมิอากาศกำหนดผลลัพธ์ทางการเงินและความสามารถในการแข่งขัน ด้าน ธปท.เปิดตัวเลข8แบงก์ร่วมวงโครงการสินเชื่อ เป้า1แสนล้าน ปล่อยแล้ว 9 หมื่นล้าน ขณะที่ ก.ล.ตเฮียริ่ง ใช้ IFRS adoption plan ปี70 บจ.ในSET50

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดสัมมนา SET Sustainability Forum ครั้งที่2/2568 ภายใต้แนวคิด “Claims, Consequences, and Credibility: Capital Market for Climate Action” ในวันที่ 16 .. 2568 สะท้อนทิศทางตลาดทุนโลกที่เปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับการตั้งเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ (Claims) ขยายสู่การพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ (Credibility) ด้วยข้อมูลคุณภาพและการดำเนินการที่วัดผลได้ ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเงินที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงเงินทุนระยะยาว (Consequences) โดยมีผู้บริหารระดับสูงองค์กรชั้นนำร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง  

ดร. ไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และกรรมการอิสระ กรรมการบริหาร และกรรมการเทคโนโลยี บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวปาฐกถาพิเศษ "Proof Your Climate Pledges as Grounded Governance" ย้ำเป้าหมายNet Zero จะไม่สามารถบรรลุได้หากไม่มี "ธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง" (Grounded Governance) ซึ่งคณะกรรมการต้องเข้ามากำกับดูแลและผลักดันวาระด้านสภาพภูมิอากาศให้ผนวกกับกลยุทธ์หลัก นำไปสู่การปฏิบัติจริงทั้งองค์กร การประกาศเป้าหมายโดยปราศจากกลไกกำกับดูแลที่เข้มแข็งจะถูกมองว่าเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการฟอกเขียว (Greenwashing) ที่ลดทอนความเชื่อมั่นในที่สุด

ดร. ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงเป้าหมาย 3 ปีในการสร้างระบบนิเวศตลาดทุนที่น่าเชื่อถือ และสนับสนุนภาคธุรกิจไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ตามเป้าหมายประเทศว่า ท่ามกลางความคาดหวังของผู้ลงทุนทั่วโลกที่สูงขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลผ่าน ESG Data Platform และระบบจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจก เตรียมความพร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดคาร์บอนของประเทศ เพื่อให้ข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทจดทะเบียนไทยมีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างความมั่นใจในตลาดทุนไทย

การเสวนา 2 ช่วง ช่วงแรก “Multi-Regulatory Approach: Enabling Thailand's Climate Transition” สะท้อนแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานภาคการคลัง การเงิน ประกันภัย และตลาดทุนเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจสามารถปรับตัวเข้าถึง

พร้อมรับมือความท้าทายรอบด้าน ขณะที่ช่วงที่สอง “Investment Consequences: Allocating Capital for Credible Transition” เจาะลึกถึงผลลัพธ์ที่วัดผลได้ผ่านมุมมองผู้ใช้ข้อมูลที่หลากหลาย โดยผู้บริหารมีมุมมองสอดคล้องกันว่า ปัจจุบันข้อมูลด้านความยั่งยืนและแผนการเปลี่ยนผ่านที่น่าเชื่อถือ(Credible Transition Plan) มีความสำคัญ โดยถูกนำมาใช้ตัดสินใจจัดสรรเงินทุนตั้งแต่การประเมินมูลค่าธุรกิจ การพิจารณาโครงสร้างและต้นทุนของสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน การออกกองทุนเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการประเมินความเสี่ยงเชิงระบบที่มีต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจในภาพรวม  

นอกจากนี้ ยังมีการให้ข้อมูล "Tracking Transition: The Science of Climate Credibility" จากผู้แทน London Stock Exchange Group (LSEG) ให้มุมมองระดับโลกเกี่ยวกับการติดตามและประเมินความน่าเชื่อถือของการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ

 

"ชานานันท์ สุภาดุลย์ " ผู้อำนวยกานฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธปท.มีโครงการ Financing the transition

แหล่งทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านซึ่งมี 8 ธนาคารให้ความร่วมมือเข้าร่วมในโครงการนี้ โดยตั้งเป้าวงเงิน 1 แสนล้านแต่ถึง เม.ย 9หมื่นล้านแต่กระจุกตัวรายใหญ่ SME แท้จริงมีน้อย 0.5- 1% ดอกเบี้ยถูกกว่า ทั่วไป  แต่ก็จะขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่งว่าอัตราดอกเบี้ยจะเท่าไร

“จุฬวดี วรศักดิ์โยธิน “ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน สำนักงาน ก.ล.ต กล่าวว่า  กลต รับฟังความเห็นในกานจะนำ  IFRS adoption plan  เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลดภาวะเรือนกระจก มาใช้โดยเบื้องต้นจะใช้ SET50 ก่อนในปี 2570 และ SET100 ในปี2573 และถัดไปจะใช้กับ บจ .ใน mai

ด้านดร.อายุศรี คำบรรลือ  ผู้ช่วยเลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ในส่วนของภาคธุรกิจ ประกันภัย จะดูในแง่ของเงินกองทุนว่าจะเพียงพอในกรณีมีการเคลม โดยเฉพาะระยะหลัง ภัยธรรมชาติรุนแรง ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ดี

ในแง่ของประกันชีวิต โดยเฉพาะพอร์ตลงทุน ที่บริษัทจะให้ความสำคัญกับการลงทุนธุรกิจที่เน้น ESG