ปิดฉากคดีMORE!!วางแผนปล้นบล.4,579 ล้านบาททุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลท.ก.ล.ตDSIปปง.บช.ก แถลงร่วม หลัง 18ก.ค68 ศาลแพ่งมีคำตัดสิน บล.เตรียมเฮ!! รอรับเงินตามสัดส่วน

Categories : Update News, Stock Market

Public : 01/08/2025

ปิดฉากคดีMORE!!วางแผนปล้นบล.4,579 ล้านบาททุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลท.ก.ล.ตDSIปปง.บช.ก แถลงร่วม หลัง 18ก.ค68 ศาลแพ่งมีคำตัดสิน บล.เตรียมเฮ!! รอรับเงินตามสัดส่วน จำเลยมีสิทธิ อุทธรณ์ 30วัน!! แต่มั่นใจไม่ใช้สิทธิ์ เพราะตาม การดำเนินมาตรการทางแพ่ง!! จำเลยต้องออกค่าใช้จ่ายเองขณะที่คำพิพากษา 1,000หน้า พิพากษาละเอียดทุกประเด็นหากไม่ยื่นอุทธณ์30 วัน ปปง.จะนัด บล.เพื่อเฉลี่ยความเสียหายที่เกิดกว่า รวม 4,579ล้านบาท คืน 10 บล ตามสัดส่วน!!

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า คดีหุ้น MORE ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการกระทำความผิดในตลาดทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในวงกว้าง ซึ่งการดำเนินการกับการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้ออันสะท้อนให้เห็นว่าการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานภาคตลาดทุนมีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน

สำหรับคดีหุ้น MORE นอกเหนือจากการดำเนินการตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ในการดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการกระทำความผิด การรวบรวมพยาหลักฐาน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งช่วยทำหน้าที่สื่อสารความคืบหน้าทางคดีให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนและผู้ลงทุนได้รับทราบ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

สำหรับการป้องกันการกระทำผิดลักษณะเช่นนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ยกระดับมาตรการกำกับดูแลด้วยการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อาทิ มาตรการ Auto Pause รายหลักทรัพย์มาตรการ Minimum Resting Time การเปิดเผยข้อมูลหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิน ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลผู้ลงทุนที่ส่งคำสั่งซื้อขายไม่เหมาะสมแก่บริษัทหลักทรัพย์สมาชิกทุกราย เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถใช้ประกอบการบริหารความเสี่ยงและร่วมกันป้องปรามพฤติกรรมดังกล่าวได้อย่างทันท่วงทีนายอัสสเดช กล่าวเสริม

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) กล่าวว่า ASCO เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สำคัญในการประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลให้กับบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกที่ได้รับความเสียหาย ตั้งแต่ช่วงเริ่มเกิดเหตุการณ์ของการกระทำความผิด จนสามารถรวบรวมหลักฐานในการร้องทุกข์กล่าวโทษได้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ASCO ได้นำเสนอมาตรการต่าง ๆ ต่อหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อปิดความเสี่ยงไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีกในอนาคต และ

ที่สำคัญ คือ การจัดตั้ง Securities Data Exchange Platform (SDEP) เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์รับทราบข้อมูลลูกค้าที่มีความเสี่ยงในระดับอุตสาหกรรม ทั้งข้อมูลวงเงิน คุณภาพหลักประกัน มูลหนี้ และประวัติการชำระราคา ด้วยการจัดตั้ง Platform การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Decentralized คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 1 ก.พ. 2569

 

3สำนวนคดี   ผิด3กฎหมาย 3กลุ่มวางแผนปล้น!! 

 นาย เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง กล่าวว่า ผมมั่นใจว่าคดีนี้ ทำละเอียดทุกขั้นตอนและไม่กังวลว่าจะอุทรธรณ์แม้ตามสิทธิ์จำเลยจะอุทธรณ์ ได้ และ คดีนี้ เป็นคดีตลาดทุนคดีแรด ที่ผมตัดสินใจใช้อำนาจ ตามมาตรา 248-2 ในการอายัดทรัพบ์ ชั่วคราว เพราะเห็นว่าเป็นคดีฉ้อโกง ที่วางแผนกันเป็นขั้นเป็นตอน และเป็นคดีเข้ามูลฐานความผิดตามกฏหมาย ปปง.

“ คดีMORE แบ่งเป็น 3 สำนวนคดี คือ 1. คดีฉ้อโกง มีวงเงินรวม 4,400 ล้านบาท ซึ่ง คดีนี้ศาลแพ่งมีคำตัดสินแล้ว เมื่อ 18 ก.ค 2568

2. สำนวนคดีที่มีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา เข้าข่าย ” อั้งยี่“ มีผู้ร่วมในขบวนการนี้ 19 ราย มีมูลหนี้ความเสียหาย 129 ล้านบาท ซึ่งความเสียหายที่เกิดใน2 สำนวนคดีนี้ เงินที่ได้รับมาจะเฉลี่ยคืน บล.10 แห่งที่ได้รับควสมเสียหาย

3.สำนวนคดีที่เกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในตลาดหุ้น หรือปั่นหุ้นเป็นคดีอาญา ที่ ทาง DSI. จะไปดำเนินการต่อ ซึ่งมีมูลความเสียหาย 226 ล้านบาท ซึ่งในคดีส่วนนี้ มีคดีถึงที่สุดแล้ว เงินจะเข้าแผ่นดิน

ด้าน พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า คดีMOREเป็นตดีMORE เป็นพัฒนาการของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้กระทำผิดอาศัยความรู้ ความชำนาญ เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือ อยู่ในแวดวงนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ รู้ขั้นตอนวิธีการซื้อขาย ชำนาญจนมองเห็นช่องโอกาสที่จะทุจริตได้

“คดีนี้ มีการทำผิดที่ เกี่ยวข้อง กับ3กฎหมาย คือ กฎหมายหลักทรัพย์ ประมวลกฎหมายอาญา ฉ้อโกง และฟอกเงิน เกี่ยวกับ อั้งยี่ ขณะที่มีกลุมผู้ทำผิด รวม 42 ราย ที่มีการแบ่งกลุ่มกันทำผิด มี3 กลุ่ม คือ กลุ่มมันสมอง ที่เป็นคนคิดวางวาง 2 คน คือคนที่หนี ปิงปอง และเฮียม้อ กลุ่มที่2 กลุ่มตัวกลาง เกี่ยวกับระบบในการซื้อขาย และ กลุ่ม 3 คือ กลุ่มผู้ให้ใช้บัญชี ที่มรผู้เกี่ยวข้องมากที่สุด “

ทั้งนี้ความร่วมมือของ 5หน่วยงานในปฎิบัติการ คดีMORE คือว่า เป็นการทำงานร่วมกันในทุกมิติ และสามารถหยุดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และยังเป็น การสร้างความเชื่อมั่น ในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย!! เพราะคดีนี้นับว่า เป็นคดี ที่มีความรงดเร็ว ปิดคดีได้ ใช้เวลา 2ปี

#WealthPlusToday #MORE