PTTGCไตรมาส2 อวดAdjusted EBITDA อยู่ที่ 6,083 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลจากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นประสิทธิภาพของบริษัทฯ
Categories : Update News, Stock Market
Public : 13/08/2025PTTGCงวดไตรมาส2 อวดAdjusted EBITDA อยู่ที่ 6,083 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน หน้า 13 % จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นประสิทธิภาพของบริษัทฯ
บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล รายงวดผลดำเนินงาน ในงวดไตรมาส 2/2568 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 133,381 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/2568โดยปรับขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมตามทิศทางตลาดโลกหักกลบด้วยราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ยังคงมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งความกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ประกอบกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศด้วยการใช้มาตรการทางภาษีตอบโต้ของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศคู่ค้าซึ่งส่งผลกดดันต่อต้นทุนและความต้องการในการบริโภค

อย่างไรก็ตามรายได้จากการขายลดลง 20 %จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการปรับลดลงของราคานมันดิบที่ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปิโตรเลียมสเร็จรูปปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ในไตรมาส 2/2568 บริษัทฯ รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 6,083 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 13 %จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นประสิทธิภาพของบริษัทฯ ที่ยังคงด าเนินการอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ท าให้ GRM ปรับเพิ่มจาก 3.4เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 1/2568เป็น 5.3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/2568
กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พาราไซลีนปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน กอปรกับส่วนต่างผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้อย่างคอนเดนเสทรีซิดิว แนฟทาและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ปรับตัวดีขึ้นเป็นหลักหักกลบด้วยส่วนต่างผลิตภัณฑ์เบนซีนที่ปรับตัวลดลงในไตรมาสนี้ผลประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟิ นส์และโพลิเมอร์ปรับลดลงในไตรมาสนี้เนื่องจากโรงโอเลฟิ นส์หน่วยที่2/1 ได้หยุดซ่อมบำรุงในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯมีความได้เปรียบด้านต้นทุนของโรงโอเลฟินส์โดยในไตรมาสนี้บริษัทฯ ได้รับปริมาณก๊าซอีเทนที่ใช้ในการผลิตด้วยสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ด้านอัตรากำลังการผลิตของโรงโอเลฟินส์ในไตรมาส 2/2568 เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 80 ด้านราคาของกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ปรับลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อยท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ทั้งนี้ มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกาส่งผลกระทบต่อความกังวลของอุปสงค์ปลายทางของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี รวมถึงอุปทานส่วนเกินที่ท าให้ผู้ผลิตในตลาดยังควบคุมระดับอัตราก าลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลประกอบการของกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษปรับตัวดีขึ้นโดยหลักจากการที่ Vencorex France และ Vencorex TDI เข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีและสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม2568บริษัทฯ รับรู้รายการพิเศษจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้จากการเปลี่ยนแปลงราคาตามสภาวะตลาด ได้แก่ขาดทุนจากสต๊อกน ้ามัน (Stock loss) และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) สุทธิเป็นขาดทุน1,891 ล้านบาท ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์32 ล้านบาท กำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 370 ล้านบาท รวมถึงบริษัทฯ รับรู้กำไรพิเศษจากผลต่างสุทธิจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อย (Deconsolidation)ของ Vencorex France และ Vencorex TDI 1,499 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน 17 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2568 บริษัทฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิรวม 3,616 ล้านบาท (-0.85 บาท/หุ้น)
