BAM ปรับเกมรุกลุยธุรกิจเต็มสูบ ผุดโครงการทรัพย์มหาชน ดึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ซื้อทรัพย์คืน
Categories : Update News, Stock Market, Property
Public : 18/08/2025BAM ปรับเกมรุกลุยธุรกิจเต็มสูบ ผุดโครงการทรัพย์มหาชน ดึงบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซื้อทรัพย์คืน จ่อร่วมวงประมูลซื้อเอ็นพีแอลเติมพอร์ตอีก 3,000 ล้านบาท โชว์ครึ่งปีแรกกวาดกำไร 1,511 ล้านบาท มั่นใจผลเรียกเก็บทั้งปีเข้าเป้า 17,800 ล้านบาท
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่าในครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์เชิงรุกทั้งด้าน NPL/NPA ด้วยแนวทาง Stronger Together โดยการเปลี่ยน Model “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” มาสู่ Model ธุรกิจใหม่ ภายใต้แนวคิด “Opportunities for All” ที่ให้โอกาสลูกหนี้ NPL พลิกฟื้นกลับมาเป็นลูกหนี้ Reperforming Loan (RPL) ด้วยกลยุทธ์ TDR Factory และโครงการ FA Center ซึ่งด้าน NPA ยังเดินหน้าความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรที่เป็น Developers ทั้งขนาด S M L ในรูปแบบ Model ที่ Developers จะเข้ามา flipping และขายให้กลุ่มลูกค้าของตนเอง
ดร. รักษ์กล่าวว่า BAM ยังคงเร่งระบายสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) โดยใช้กลยุทธ์ พันธมิตรทางธุรกิจ (NPA Partnership) ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่มุ่งขยายฐานธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ผ่านความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรที่มีศักยภาพ ล่าสุด เตรียมจับมือกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อมาซื้อสินทรัพย์คืนเพื่อนำไปบริหารต่อ
นอกจากนี้เตรียมจัดทำโครงการทรัพย์มหาชน เพื่อเปิดโครงการให้ผู้ที่อาชีพอิสระ หรือกลุ่มเปราะบาง ที่ยังไม่สามารถกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์ สามารถมีบ้านได้ โดยมาผ่อนบ้านกับ บสก. โดยราคาบ้านมือสองจะถูกกว่าตลาด 15- 20% และคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ถูกใกล้เคียงกับกู้เงินซื้อบ้านมือหนึ่ง
ดร. รักษ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ BAM ได้จับมือกับ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารยูโอบี ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดย BAM มุ่งเน้นการคัดสรรและนำเสนอทรัพย์ NPA ขนาด Big Lots ให้พันธมิตรนำไปพัฒนาและเพิ่มมูลค่า ทั้งบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และที่ดินเปล่า เพื่อพลิก “ทรัพย์ร้าง” ให้กลายเป็น “ทรัพย์สร้างกำไร” ต่อยอดเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้กับ BAM อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมาย ลดระยะเวลาการถือครองจาก 8 ปีให้เหลือ 4 ปีและสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว โดยในครึ่งปีแรก BAM มีอัตรากำไร 21.17% เพิ่มขึ้นจาก 12.53% เมื่อสิ้นปี 2567 และBAM สามารถสร้างยอดขายจากการจำหน่ายทรัพย์แปลงใหญ่ได้ถึง 1,450 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์ดังกล่าวเป็นที่ดินเปล่าจำนวน 50 แปลง ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่รวม 26-3-37.40 ไร่
“ การที่ BAM จับมือกับ พันธมิตรต่างๆ ซึ่งทำให้มีการระบายเอ็นพีเอเพิ่มขึ้น จากยอดขายเอ็นพีเอเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ยูนิต เพิ่มเป็น ประมาณ 2,000 ยูนิต หรือเพิ่ม 1 เท่าตัว และเตรียมหาพันธมิตรมาเสริมมากขึ้นเพื่อทำให้มีการเร่งระบายเอ็นพีเอได้กับนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น ซึ่งจะมีผลดีกับทุกฝ่าย” ดร.รักษ์กล่าว
สำหรับในครึ่งปีหลังคาดว่าสถาบันการเงินจะนำหนี้ทีไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ออกมาประมูลประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าทุกปีที่เฉลี่ยประมาณ 1-1.5 แสนล้านบาท โดยบสก. คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากจะมีการพิจารณาคัดเลือกทรัพย์ที่จะเข้าประมูลมากขึ้น เช่น พอร์ตหนี้ของบริษัท SMEs และที่อยู่อาศัย โดยเงินลงทุนเข้าซื้อทรัพย์สินปีนี้ตั้งเป้าใช้ 8.8 พันล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกใช้ไปแล้วไม่ถึง 2 พันล้านบาท
สำหรับกลุยุทธ์การบริหารหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ( NPL ) ของ BAM ยังใช้แนวทางที่ให้โอกาสลูกหนี้ในการได้หลักประกันซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน และมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถฟื้นฟูกิจการหรือสถานะทางการเงินของตน โดยปรับโครงสร้างหนี้และหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน ด้วยกระบวนการ Recycling Machine ซึ่งมีเป้าหมายในการเร่งสร้างโรงงานแก้หนี้ (TDR Factory) เพื่อฟื้นฟูให้ลูกหนี้กลับมามีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น ซึ่ง BAM สามารถสร้างรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้ NPL ลูกหนี้รายใหญ่รายหนึ่งได้ข้อยุติถึง 2,800 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงาน ครึ่งแรกปี 2568 สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้สูงถึง 10,154 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลเรียกเก็บ 7,493 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนเท่ากับเติบโตถึง 36% ในขณะที่ผลเรียกเก็บไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกปีนี้ 118% และมีกำไร 1,511 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรอยู่ที่ 880 ล้านบาท เติบโตถึง 72%
ทั้งนี้บสก. มั่นใจผลเรียกเก็บทั้งปีเข้าเป้า 17,800 ล้านบาท ซึ่งครึ่งปีแรกทำสามารถเรียกเก็บได้แล้ว 1.01 หมื่นล้านบาท โดยอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ปีนี้คาดจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 4.45% จากครึ่งปีแรก 4.39% และคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น Return On Equity (ROE) ปีนี้แตะ 5.12% จากครึ่งปีแรก 5.07%
โดยปัจจุบัน BAM มี NPL ที่อยู่ในความดูแล 91,009 ราย คิดเป็นภาระหนี้เงินต้น 487,117 ล้านบาท และ NPA จำนวน 28,043 รายการ คิดเป็นราคาประเมิน 77,812 ล้านบาท
